ข่าวใหญ่ระดับโลกวันนี้ (27 มกราคม 2569) คือการบรรลุข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement – FTA) ครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง อินเดียและสหภาพยุโรป (EU) หลังจากใช้เวลาเจรจายืดเยื้อมานานเกือบ 20 ปีครับ
ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป Ursula von der Leyen ถึงกับเรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น “Mother of all deals” (แม่ของทุกดีล) โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ:
1. ข้อมูลสำคัญของข้อตกลง
-
ขนาดเศรษฐกิจ: ครอบคลุมประชากรกว่า 2,000 ล้านคน และคิดเป็น 25% ของ GDP โลก
-
เป้าหมายการค้า: คาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าจาก EU ไปยังอินเดียเป็น 2 เท่าภายในปี 2575 โดยมีการลดภาษีสินค้าถึง 96.6%
-
สถานะล่าสุด: สรุปการเจรจา (Conclusion) เรียบร้อยแล้วในวันนี้ที่กรุงนิวเดลี ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบทางกฎหมาย (Legal Scrubbing) ประมาณ 5-6 เดือน และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จริงใน ต้นปี 2570
2. ไฮไลท์การลดภาษีสินค้า
ข้อตกลงนี้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหลักๆ ดังนี้:
-
รถยนต์: อินเดียจะทยอยลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรป (เดิมสูงถึง 110%) ลงเหลือ 10% ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีการให้โควตานำเข้าพิเศษที่สูงกว่าดีลที่อินเดียเคยทำกับอังกฤษถึง 6 เท่า
-
เครื่องดื่มและอาหาร: ภาษี ไวน์และเหล้า จากยุโรปจะลดลงอย่างมาก รวมถึงสินค้าเกษตรอย่าง น้ำมันมะกอก, น้ำผลไม้, และช็อกโกแลต จะเข้าสู่ตลาดอินเดียได้ง่ายขึ้น
-
อุตสาหกรรมอินเดีย: ผู้ผลิตสิ่งทอ, เคมีภัณฑ์ และชิ้นส่วนยานยนต์ของอินเดียจะได้สิทธิประโยชน์ภาษี 0% ในการส่งออกไปยุโรป ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างมหาศาล
3. นัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์
-
ลดการพึ่งพาจีน: ทั้งอินเดียและ EU ต่างต้องการกระจายห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ออกจากจีน และสร้างพันธมิตรที่ไว้ใจได้ในด้านเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด
-
รับมือภาษีสหรัฐฯ: ข้อตกลงนี้ถูกมองว่าเป็นเกราะป้องกันความผันผวนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ (ภายใต้ปธน. ทรัมป์) ที่กดดันทั้งอินเดียและยุโรปอยู่ในขณะนี้





