ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ระบุว่า การส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมขยายตัวเพียง 5.1% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6.1% โดยปัจจัยลบหลักมาจากการทรุดตัวของการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ท่ามกลางวิกฤตกำแพงภาษีและการปรับเปลี่ยนนโยบายการคลังของญี่ปุ่นครับ
1. สรุปข้อมูลการค้า (Trade Data) เดือนธันวาคม 2569
-
ยอดส่งออกรวม: เพิ่มขึ้น 5.1% YoY (ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 6.1%)
-
ยอดนำเข้า: เพิ่มขึ้น 5.3% YoY (สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.6%)
-
ดุลการค้า: เกินดุลเพียง 1.05 แสนล้านเยน (ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน) และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มากที่ 3.57 แสนล้านเยน
2. สาเหตุหลักของการส่งออกที่พลาดเป้า
-
ตลาดสหรัฐฯ ทรุดหนัก: การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ดิ่งลงถึง 11.1% ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ในรอบปี ปัจจัยสำคัญคือ กำแพงภาษี 15% ที่รัฐบาลทรัมป์บังคับใช้กับสินค้าญี่ปุ่น (ลดลงจาก 25% ตามข้อตกลงเดือนกันยายนแต่ยังสูงกว่าระดับเดิมมาก) โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ รถยนต์ อะไหล่รถยนต์ และเครื่องจักรผลิตชิป
-
ความขัดแย้งกับจีน: แม้การส่งออกไปจีนจะโตได้ 5.6% แต่มีความกังวลเรื่องการคุมการส่งออก แร่หายาก (Rare Earths) จากฝั่งจีน เพื่อตอบโต้นโยบายของนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ เกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน
-
การพึ่งพาเอเชีย: ญี่ปุ่นต้องหันไปพึ่งพาการส่งออกไปยังอาเซียน (+5.2%) ฮ่องกง (+31.1%) และไต้หวัน (+20.7%) เพื่อชดเชยยอดที่หายไปจากฝั่งตะวันตก
3. ปัจจัย “Sanaenomics” และความกังวลด้านการคลัง
ตัวเลขการค้าที่อ่อนแอลงซ้ำเติมความกังวลต่อแผนเศรษฐกิจของนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanaenomics) ที่เน้นการคลังแบบขยายตัว:
-
ความเสี่ยงหนี้สาธารณะ: แผนการใช้จ่ายภาครัฐจำนวนมหาศาลและการอุดหนุนราคาพลังงาน ทำให้ตลาดกังวลเรื่องวินัยทางการคลัง ส่งผลให้ Yield พันธบัตรญี่ปุ่น (JGB) พุ่งสูงขึ้น
-
ผลกระทบต่อค่าเงินเยน: แม้เยนที่อ่อนค่าจะช่วยภาคส่งออกในเชิงราคา แต่ความกังวลว่ารัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มมหาศาลกลับทำให้เงินเยนมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าแบบ “ไร้เสถียรภาพ” (Bad Yen Depreciation)
📊 ตารางสรุปการส่งออกแยกตามภูมิภาค (ธ.ค. 2569)
| ภูมิภาค | การเปลี่ยนแปลง (YoY) | สถานะ |
| สหรัฐอเมริกา | -11.1% | 📉 ทรุดตัวหนักจากภาษีรถยนต์ |
| จีน | +5.6% | 📈 ฟื้นตัวแต่มีความเสี่ยงด้านการเมือง |
| ฮ่องกง / ไต้หวัน | +20% ถึง +31% | 🚀 เติบโตโดดเด่นจากสินค้าไอที |
| สหภาพยุโรป (EU) | +2.6% | 🟢 ขยายตัวเล็กน้อย |





