spot_imgspot_img
spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับการซื้อทองคำของธนาคารกลาง

การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับการซื้อทองคำของธนาคารกลาง

การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับการซื้อทองคำของธนาคารกลาง

 

ธนาคารกลาง กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญในตลาดทองคำตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนจากผู้ขายสุทธิในช่วงต้นยุค 2000s มาเป็นผู้ซื้ออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2010 แนวโน้มนี้เร่งตัวขึ้นอย่างมากหลังปี 2022 จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความพยายามลดการพึ่งพาดอลลาร์ (de-dollarization) และความต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ในปี 2025 แม้ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นกว่า 50% จากต้นปีสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ $4,000/ออนซ์ แต่ความต้องการจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง แม้จะชะลอลงเมื่อเทียบกับการซื้อระดับสูงสุดกว่า 1,000 ตันต่อปีในช่วง 2022-2024 การวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกแนวโน้มล่าสุด ปัจจัยขับเคลื่อน ผู้ซื้อหลัก การคาดการณ์ปี 2026 และผลกระทบต่อตลาด โดยอ้างอิงข้อมูลจาก World Gold Council (WGC) และแหล่งอื่น ๆ

บริบททางประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลง

การซื้อทองคำของธนาคารกลางมีรากฐานมาตั้งแต่ยุคหลังวิกฤตการเงินโลก แต่การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้ผู้จัดการสำรองเงินตราต่างประเทศมองทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันการคว่ำบาตรได้ ตั้งแต่ปี 2010-2021 การซื้อสุทธิเฉลี่ยอยู่ที่ 400-500 ตันต่อปี โดยส่วนใหญ่มาจากตลาดเกิดใหม่ (EM) เช่น จีนและรัสเซีย หลังปี 2022 ตัวเลขนี้เพิ่มเป็นสองเท่า เกิน 1,000 ตันต่อปี — ในปี 2024 อยู่ที่ 1,045 ตัน — คิดเป็นประมาณ 20% ของความต้องการทองคำทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้สะท้อนการปรับโครงสร้างสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลก โดยสัดส่วนทองคำเพิ่มจาก ~10% ในปี 2010 เป็นกว่า 15% ในพอร์ตของหลายประเทศ EM ภายในปี 2025

แนวโน้มปี 2025: ความต้องการแข็งแกร่งแต่ไวต่อราคา

ในปี 2025 การซื้อสุทธิของธนาคารกลางคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 634 ตันในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ลดลงจากจุดสูงสุดในปีก่อนหน้า แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนปี 2022 มาก รวมทั้งการซื้อที่รายงานและไม่รายงาน โดยประมาณ 66% ของกิจกรรมในไตรมาส 3 เป็นการซื้อที่ยังไม่รายงาน (แนวโน้มตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งมักถูกปรับเพิ่มภายหลัง) รายละเอียดรายไตรมาส:

  • ไตรมาส 1: เริ่มต้นแข็งแกร่ง
  • ไตรมาส 2: 166 ตันสุทธิ ชะลอลงจากความผันผวนของราคา
  • ไตรมาส 3: 220 ตันสุทธิ เพิ่มขึ้น 28% จากไตรมาสก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีถึง 6%
  • เดือนตุลาคม: 53 ตันสุทธิ เพิ่มขึ้น 36% จากเดือนก่อน และเป็นเดือนที่ซื้อมากที่สุดของปี ทำให้ยอดสะสมที่รายงานอยู่ที่ราว 254 ตัน (ไม่รวมประมาณการที่ไม่รายงาน)

การชะลอตัวของการซื้อที่รายงาน (เช่น ยอดสะสมที่รายงาน ~254 ตันถึงเดือนตุลาคม) มาจากราคาที่สูงขึ้นทำให้ผู้ซื้อที่อ่อนไหวต่อปริมาณชะลอตัว แต่เจตนาเชิงยุทธศาสตร์ยังคงแข็งแกร่ง ความต้องการทั้งปี 2025 คาดว่าจะต่ำกว่า 1,045 ตันของปี 2024 แต่สูงกว่ามาตรฐานทางประวัติศาสตร์

ผู้ซื้อหลักในปี 2025

ธนาคารกลางตลาดเกิดใหม่ครองส่วนแบ่ง โดยเน้นการกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก จากข้อมูล WGC รายเดือนและรายไตรมาส:

  • ธนาคารกลางโปแลนด์: 83 ตันสะสม (ถึงเดือนตุลาคม) — ผู้ซื้อมากที่สุด สำรองปัจจุบัน ~515 ตัน (24-26% ของทั้งหมด) มีแผนเพิ่มถึง 30% กลับมาซื้ออย่างจริงจังหลังหยุดชั่วคราว
  • ธนาคารกลางคาซัคสถาน: 41 ตันสะสม รวม 18 ตันในไตรมาส 3 สำรองรวม: 324 ตัน
  • กองทุนน้ำมันแห่งรัฐอาเซอร์ไบจาน: ~35 ตัน (ส่วนใหญ่ครึ่งปีแรก)
  • ธนาคารกลางบราซิล: 31 ตัน รวม 16 ตันในเดือนตุลาคม — การซื้อครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 สำรองรวม: 145 ตัน
  • ธนาคารกลางจีน (PBoC): ~25 ตัน ซื้ออย่างสม่ำเสมอ (เช่น 5 ตันในไตรมาส 3, 0.93 ตันในพ.ย.) สำรอง: 2,305 ตัน จากการสะสมต่อเนื่อง 13 เดือน
  • ธนาคารกลางตุรกี: ~10 ตัน (7 ตันในไตรมาส 3 + 3 ตันในตุลาคม) สำรองรวม: 641 ตัน
  • ผู้ซื้อรายย่อย: ธนาคารกลางเช็ก (7 ตัน), ธนาคารกลางกานา (4 ตัน), ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (2 ตัน), ธนาคารกลางคีร์กีซสถาน (2 ตัน)

ผู้ขายมีน้อย เช่น ธนาคารกลางรัสเซีย (-3 ตันในตุลาคม) และอุซเบกิสถาน (-3 ตันในไตรมาส 3)

ปัจจัยขับเคลื่อนและแรงจูงใจหลัก

จากการสำรวจ Central Bank Gold Reserves Survey ปี 2025 (สำรวจก.พ.-พ.ค. จาก 70 สถาบัน) พบความตั้งใจซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์: 43% วางแผนเพิ่มการถือครองทองคำของตนเองใน 12 เดือนข้างหน้า (สูงกว่าปีก่อน) และไม่มีใครคาดว่าจะลดลง ทั่วโลก 95% คาดว่าสำรองทองคำโดยรวมจะเพิ่มขึ้น เหตุผลหลัก:

  • ผลงานในช่วงวิกฤต: บทบาท safe-haven ในช่วงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ
  • การกระจายพอร์ต: ลดการพึ่งพา USD และสกุลเงิน fiat อื่น ๆ โดยเฉพาะท่ามกลางหนี้สหรัฐฯ ที่สูงและแนวโน้ม de-dollarization
  • ป้องกันเงินเฟ้อ: ป้องกันเงินเฟ้อที่ต่อเนื่องและการลดค่าเงิน
  • อื่น ๆ: เป็นที่เก็บมูลค่าระยะยาว มีความสัมพันธ์ต่ำกับสินทรัพย์อื่น และเริ่มใช้เป็นเครื่องมืออิทธิพลทางการเงิน (เช่น จีนขยายคลังเก็บทองคำ)

ธนาคารกลาง EM เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยมองทองคำเป็นเครื่องป้องกันการคว่ำบาตรจากตะวันตกและเพิ่มความมั่นคงของสำรอง การบริหารสำรองทองคำอย่างแอคทีฟเพิ่มเป็น 44% ในปี 2025 จาก 37% ในปี 2024

การคาดการณ์ปี 2026 และต่อไป

ความต้องการคาดว่าจะต่อเนื่องในปี 2026 แม้ปริมาณอาจอ่อนไหวต่อราคา WGC และ ING คาดการซื้อปีละ 750-900 ตัน จากการสะสมของ EM ต่อเนื่อง แผนที่เด่น:

  • โปแลนด์: ซื้อต่อเพื่อถึงสัดส่วน 30%
  • เซอร์เบีย: ตั้งเป้าเพิ่มสำรองเป็นสองเท่าเป็น 100 ตันภายในปี 2030
  • เกาหลีใต้และมาดากัสการ์: ส่งสัญญาณอาจซื้อเพิ่ม
  • การยอมรับใน ECB มากขึ้น เช่น บัลแกเรียที่เพิ่งซื้อ

ความเสี่ยงรวมถึงการขายที่อาจเกิดขึ้น (เช่น ฟิลิปปินส์พิจารณาขายส่วนเกิน) หรือการเปลี่ยนนโยบาย แต่กรณีเชิงยุทธศาสตร์ยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และการลดดอกเบี้ยของ Fed

ผลกระทบต่อตลาด

การซื้อของธนาคารกลางเป็นเสาหลักสำคัญของการพุ่งขึ้นของราคาทองคำในปี 2025 (เพิ่ม ~65%) โดยให้การสนับสนุนเชิงโครงสร้างและลดแรงกดดันด้านอุปทาน คิดเป็น ~20% ของความต้องการ รวมกับการไหลเข้าของ ETF และการป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน สำหรับปี 2026 ING คาดราคาเฉลี่ย $4,325/ออนซ์ พร้อม upside สู่ระดับสูงใหม่หากการซื้อเกินคาด แนวโน้มนี้จะยิ่งซ้ำเติมข้อจำกัดด้านอุปทาน เนื่องจากการผลิตจากเหมืองเติบโตช้า (~3,000 ตัน/ปี) ซึ่งอาจผลักราคาไปสู่ $5,000+ หากรวมกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค

โดยรวม การซื้อทองคำของธนาคารกลางส่งสัญญาณการปรับโครงสร้างสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกในระยะยาว โดยบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ “เป็นกลาง” มีแนวโน้มจะคงอยู่ต่อไป

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX

Translate »