ราคาทองคำ (XAU/USD) กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยพุ่งทะยานขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5,070 – 5,085 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันที่ 27 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time High) อย่างต่อเนื่องนับจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนที่รุนแรงและซับซ้อนดังนี้ครับ
1. ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคา (Key Drivers)
-
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น:
-
ความล้มเหลวในการเจรจา: การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่อาบูดาบีจบลงโดยไม่มีข้อตกลง ทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
-
ประเด็นเกาะกรีนแลนด์: ความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปเกี่ยวกับประเด็น Greenland และการขู่ตั้งกำแพงภาษีการค้า สร้างความไม่แน่นอนในตลาดโลกอย่างมาก
-
ตะวันออกกลาง: สถานการณ์ในอิหร่านและความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญ
-
-
ความไม่แน่นอนของ Fed (Fed Uncertainty):
-
ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง: ตลาดกังวลเรื่องการแทรกแซงนโยบายการเงินโดยฝ่ายการเมือง และการแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่ที่กำลังจะมาถึง
-
การประชุม FOMC (27-28 ม.ค.): แม้คาดว่าจะคงดอกเบี้ย แต่ตลาดมองหา “สัญญาณการลดดอกเบี้ย” ในอนาคตเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลบวกต่อทองคำ
-
2. มุมมองทางเทคนิค (Technical Analysis)
-
Momentum: ราคาทะลุผ่านแนวต้านจิตวิทยาที่ $5,000 มาได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมเกิดรูปแบบ “Three White Soldiers” ในกราฟรายวัน ชี้ถึงแรงซื้อที่มหาศาล
-
ภาวะ Overbought: ตัวบ่งชี้ RSI พุ่งแตะระดับ 80 ซึ่งสะท้อนภาวะ “ซื้อมากเกินไป” อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ในสภาวะตลาดที่ตื่นตระหนก ราคาสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้โดยไม่สนเครื่องมือทางเทคนิค
-
เป้าหมายถัดไป: นักวิเคราะห์จากหลายสถาบัน เช่น Goldman Sachs และ Morgan Stanley เริ่มปรับเป้าหมายขึ้นไปที่ 5,200 – 5,400 ดอลลาร์ และบางรายมองไกลถึง 5,700 ดอลลาร์ในช่วงครึ่งหลังของปี
3. สรุปแนวรับ-แนวต้าน (มกราคม 2026)
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
| 5,100 – 5,110 | แนวต้านสำคัญ: จุดทดสอบถัดไปที่กลุ่มหมี (Bears) พยายามป้องกัน |
| 5,050 – 5,060 | แนวรับระยะสั้น (Intraday Support) |
| 5,000 | แนวรับหลักทางจิตวิทยา: หากราคาย่อตัวลงมา ระดับนี้จะเป็นจุดที่นักลงทุนรอรับซื้อคืน |
คำแนะนำการลงทุน: > ท่ามกลางราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นนี้ การ “ไล่ราคา” (Chasing the rally) มีความเสี่ยงสูงจากแรงขายทำกำไร (Profit-taking) ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ “Buy on Dip” หรือรอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับสำคัญเพื่อเข้าสะสมครับ





