spot_img
หน้าแรกTHAI STOCKกรุงศรีตั้งกองทุนใหม่พันล้าน เป้าหมายลงทุนสตาร์ตอัพต่ำกว่า “Series A”

กรุงศรีตั้งกองทุนใหม่พันล้าน เป้าหมายลงทุนสตาร์ตอัพต่ำกว่า “Series A”

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

 

กรุงศรีฟินโนเวตเล็งเปิดกองทุนใหม่ต้นปี 2566 มูลค่าระดมทุน 1 พันล้านบาท เน้นลงทุนสตาร์ตอัพต่ำกว่า Series A โฟกัสธุรกิจ “อีคอมเมิร์ซ-อีวี” ขณะที่กอง “Finnoventure Private Equity Trust” ไปได้สวย คนสนใจลงทุน 2.6 พันล้านบาท ใน 8 กิจการ

ด้านกองทุน “Finnoverse” ลงทุนในสตาร์ตอัพแล้ว 2 ราย เตรียมเปิดตัวอีก 1 ราย เน้นลงทุน 5 กลุ่มสินทรัพย์/เทคโนโลยีโลกใหม่ “Blockchain-DeFi-NFT”

นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด เปิดเผยว่า ภายในต้นปี 2566 บริษัทจะออกกองทุน “Finnoventure Fund” เพิ่มเติมอีก 1 กองทุน วงเงินระดมทุนราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และกลุ่มที่จะลงทุน

โดยเบื้องต้นจะเน้นลงทุนในกลุ่มสตาร์ตอัพที่เพิ่งเริ่มต้น (Early Stage Startup) หรือต่ำกว่ากลุ่ม Series A ซึ่งจะต้องหาผู้เชี่ยวชาญในประเทมาช่วยพิจารณาในการลงทุน

ทั้งนี้ กลุ่ม Early Stage Startup จะเป็นกลุ่มที่ไทยกำลังต้องการ เนื่องจากจะเน้นลงทุนในกลุ่ม Series A, B, C ซึ่งให้ผลตอบแทนชัดเจน และไม่เน้นลงทุนในสตาร์ตอัพที่ใช้เงินจำนวนมาก โดยยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะกำไรเมื่อใด ดังนั้นบริษัทจะเปิดการลงทุนในกลุ่ม Early Stage Startup โดยไม่ได้เน้นเซ็กเตอร์ใดเป็นพิเศษ แต่จะกระจายการลงทุน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าคงหนีไม่พ้นกลุ่มธุรกิจซื้อขายออนไลน์ (e-Commerce) และกลุ่ม EV Technology

“เรามีแนวคิดจะเปิดกองทุน Finnoventure Fund เพิ่มอีกกอง ไซซ์น่าจะประมาณ 1,000 ล้านบาท ตอนนี้พูดคุยอยู่ว่าลงทุนอะไรดี แต่จะเป็นกลุ่มสตาร์ตอัพเพิ่งเริ่มต้น อย่างในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ และสิงคโปร์ก็มีการลงทุนในกลุ่มนี้ ซึ่งให้ผลตอบแทนประมาณ 40-50% เป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า Series A โดยของเราจะเน้นนักลงทุนรายย่อยในประเทศ และซื้อผ่าน บลจ.กรุงศรีเหมือนเดิม” นายแซมกล่าว

สำหรับความคืบหน้าผลประกอบการ “Finnoventure Private Equity Trust” ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2564 วงเงิน 3,000 ล้านบาท นายแซมกล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้สนใจลงทุนทั้งลูกค้ารายใหญ่ และลูกค้ารายใหญ่ Private Banking แล้วจำนวน 2,620 ล้านบาท และมีการโอนเงินแล้วจำนวน 1,560 ล้านบาท โดยกองทุนได้ลงทุนในกิจการ 8 สตาร์ตอัพ วงเงิน 326 ล้านบาท ซึ่งเปิดตัวแล้ว 7 ราย และอีก 1 รายกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

และภายในปีนี้จะมี 4 กิจการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เช่น FINNOMENA, opn, WISESIGHT และ BUILKONE เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทเตรียมขยายการลงทุนเพิ่มเติม โดยจะเน้นในประเทศเวียดนาม กลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก และในไทย ตั้งเป้าหมายการลงทุนภายในปีนี้ 1,000 ล้านบาท

ขณะที่กองทุน “Finnoverse” ที่เปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้ วงเงินระดมทุน 30 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,000 ล้านบาท เน้นการลงทุนใน Web3 และเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็น Direction ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่พยายามปรับจาก “Digital Banking” ไปสู่ “Blockchain Based Banking” เนื่องจากจะช่วยธนาคารสามารถขยายฐานลูกค้าได้จำนวนมากภายใต้ต้นทุนที่ลดลง เช่น บริษัท Compound ที่มีพนักงานเพียง 40 คน แต่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เทียบเคียงกับไซซ์ธนาคาร เป็นต้น

โดยปัจจุบันกองทุน “Finnoverse” ได้ลงทุนในสตาร์ตอัพไปแล้ว 2 ราย และกำลังจะเปิดตัวอีก 1 ราย ซึ่งการลงทุนจะเน้น 5 กลุ่ม ได้แก่ ลงทุนในกองทุนที่เกี่ยวข้อง Blockchain ในต่างประเทศ ได้แก่ อิสราเอล เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา กลุ่ม Decentralized Finance หรือ DeFi กลุ่ม NFT กลุ่ม Protocal ซึ่งจะช่วยเรื่องของการโอนเงินให้มีความสะดวกรวดเร็ว และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เช่น Custodian เป็นต้น

“แผนการลงทุนของ Finnoverse วางไว้จะลงทุนเฉลี่ยปีละ 10 ล้านดอลลาร์ ระยะเวลาตั้งแต่ปี 2565-2567 โดยจะมุ่งสู่ Web2 ไปสู่ Web3 และบล็อกเชน หรือตามแผน 3BBB (Blockchain Based Banking) โดยหากเราเอาบล็อกเชนมาช่วยลดต้นทุนและทำงานหลังบ้านไม่ต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่หากเราเอาบล็อกเชนไปทำเรื่อง Digital Asset เราจำเป็นต้องขอ ธปท.ก่อน เพราะ ธปท.ยังไม่อนุญาตให้เราทำ” นายแซมกล่าว

อย่างไรก็ดี สินทรัพย์ดิจิทัล (DA) จะเป็นภาพในอนาคต เพราะมองว่า DA จะมาเป็นพาร์ตหนึ่งในพอร์ตการลงทุนของลูกค้า Private Banking ซึ่งอย่างน้อยสัดส่วนการลงทุนไม่ควรเกิน 10% ของพอร์ตการลงทุน เพราะจากเดิมลูกค้าออกไปลงทุนเอง ซึ่งอาจเกิดภาวะ Cash Flow ออกจากธนาคารได้ หากบริษัทสามารถเชื่อม DA และนำมาขายเหมือนกองทุนได้ ธนาคารก็สามารถเห็นเงินของลูกค้าได้ ดังนั้น DA จึงเป็นภาพในอนาคตที่จะมีบริการเกี่ยวกับ DA ที่ ธปท.อนุญาตให้สามารถทำได้ เช่น สิริฮับ หรือ บาทคอยน์ (CBDC) เป็นต้น

“การลงทุนต่าง ๆ เพื่อเสิร์ฟบริการและโปรดักต์ให้กับลูกค้าที่หลากหลาย เพราะถ้าหากเรายังเสนอโปรดักต์เดิม ๆ ลูกค้าจะออกจากแบงก์ หรือระบบหลังบ้านเราก็จำเป็นต้องเปลี่ยน โดยยังคงรักษาเรื่องความปลอดภัยและความไว้ใจ หรือกลุ่มเมตาเวิร์สก็เป็นสิ่งที่เราต้องลงทุนเพื่อเรียนรู้ เพราะเป็นอีกโลกที่ต้องมาแน่” นายแซมกล่าว

  • OR ขน 50 สตาร์ตอัพโชว์เคส จัดงานใหญ่ “โตร่วมกัน” เตรียมเปิดแอป
  • กสิกรไทย ผนึก สแตนฟอร์ด ลุยปั้นสตาร์ตอัพไทย เรียนลัด 9 สัปดาห์ฟรี
  • สตาร์ตอัพเอเชีย ทยอยปลดพนักงาน คนวงในประเมินเพิ่งเริ่มต้น

อ่านข่าวต้นฉบับ: กรุงศรีตั้งกองทุนใหม่พันล้าน เป้าหมายลงทุนสตาร์ตอัพต่ำกว่า “Series A”

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0



Source link : ต้นฉบับเนื้อหาข่าวนี้

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX