“อิหร่านและสหรัฐฯ มี ‘ความคืบหน้าที่น่าพึงพอใจ’ ในการเจรจาครั้งสำคัญ“
-
บรรยากาศเป็นไปในเชิงบวก: กาตาร์และปากีสถานในฐานะประเทศผู้ประสานงานเปิดเผยว่า การหารือที่จัดขึ้น ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ดำเนินไปภายใต้ “บรรยากาศที่สร้างสรรค์และเป็นบวก” แม้ว่าในช่วงแรกของการเจรจาจะเกิดความตึงเครียดขึ้น หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาแสดงความคิดเห็นที่สร้างความไม่พอใจให้แก่คณะตัวแทนของอิหร่านก็ตาม
-
จัดตั้งกลไกควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ: ผลลัพธ์สำคัญจากการเจรจาครั้งนี้คือ การบรรลุข้อตกลงจัดตั้ง “คณะกรรมการระดับสูง” (High Level Committee) เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการกำกับดูแล และเปิด “สายด่วนเพื่อการสื่อสาร” (Line of Communication) สำหรับจัดการและควบคุมสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) โดยการเจรจาในเชิงเทคนิคจะยังคงดำเนินต่อไปในสัปดาห์นี้
-
ทรัมป์ขู่แรงก่อนยอมถอย: ก่อนหน้านี้มีจังหวะที่การเจรจาเกือบชะงักงัน เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านช่อง Fox News ในเชิงข่มขู่คณะเจรจาของเตหะรานว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะกลับมาทิ้งระเบิดใส่โจมตีอิหร่าน และพร้อมส่งกองทัพเข้า “ยึดครอง” ช่องแคบฮอร์มุซหากการเจรจาไร้ข้อสรุป
-
ตั้งศูนย์ประสานงานยุติศึกเลบานอน: ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบร่วมกันในการสร้าง “ศูนย์ลดความขัดแย้ง” (De-confliction Cell) โดยมีกาตาร์และปากีสถานคอยอำนวยความสะดวก เพื่อเป็นหลักประกันในการยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ซึ่งความขัดแย้งและการปะทะกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลลาห์ (ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน) ถือเป็นอุปสรรคชิ้นโตในการทำข้อตกลงมาโดยตลอด โดยอิหร่านย้ำคำขาดว่าอิสราเอลต้องหยุดการโจมตีที่คร่าชีวิตผู้คนในเลบานอนก่อน
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights) จาก THAIFRX.COM
ทีมงาน THAIFRX สรุปผลกระทบที่มีต่อสินทรัพย์ทั่วโลกในเช้าวันนี้ไว้ดังนี้:
-
ราคาน้ำมันดิบ (WTI / Brent) เผชิญแรงกดดันฝั่งขาย (Bearish): ความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกเริ่มคลี่คลายลง ทันทีที่มีการจัดตั้ง “สายด่วน” ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความเสี่ยงด้านอุปทาน (Supply Shock) จึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีการปรับตัวลดลง (Retreat) เพื่อลดฟองสบู่จากพรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk Premium)
-
ตลาดหุ้นและดอลลาร์ขยับรับข่าวดี แต่เฟดยังคุมเกมอยู่: ข่าวความคืบหน้าเชิงบวกช่วยหนุนความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on) ทำให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ มีแรงซื้อกลับ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ยังคงสามารถรักษาฐานที่แข็งแกร่งบริเวณ 100.80 ไว้ได้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับปัจจัยภายในของสหรัฐฯ นำโดยประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ที่ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนกันยายนเพื่อสยบเงินเฟ้อ
📝 บทสรุปมุมมองและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“ความตึงเครียดตะวันออกกลางลดอุณหภูมิ สินค้าโภคภัณฑ์พักตัว – กลยุทธ์: ดัก SHORT น้ำมัน, ทองคำผันผวนในกรอบ” ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า การเจรจาที่มีความคืบหน้าในสวิตเซอร์แลนด์และสัญญาสงบศึกชั่วคราวเป็นปัจจัยบวกต่อจิตวิทยาตลาดในระยะสั้น ท่าทีที่ดุดันของทรัมป์ผ่านสื่อเป็นเพียงกลยุทธ์การต่อรอง (Negotiating Tactics) เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมคุมพฤติกรรมของกลุ่มเฮซบอลลาห์
💡 แนะนำกลยุทธ์การเทรดประจำวัน:
น้ำมันดิบ (WTI): แนะนำกลยุทธ์ เปิดสถานะ SHORT เมื่อราคาดีดตัว (Short on Rebounb) เนื่องจากความตึงเครียดที่ลดลงจะกดดันให้ราคาน้ำมันดิบไหลลงมาทดสอบแนวรับด้านล่างต่อเนื่อง โดยมีแนวรับสำคัญถัดไปของ WTI อยู่ที่บริเวณโซน
$74.50 - $73.80ทองคำ (XAU/USD): ราคาทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในลักษณะ Sideway เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง แต่ยังมีแรงหนุนทางเทคนิคจากการเข้าซื้อสะสมและการคาดการณ์เงินเฟ้อฝั่งสหรัฐฯ แนะนำให้เทรดสั้นๆ ในกรอบ โดยมีแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่
$4,200และแนวรับสำคัญที่โซน$4,150ครับ




