หากเปรียบเทียบระหว่าง ค่าเงินยูโร (EUR) และ ค่าเงินปอนด์ (GBP) เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น (โดยเฉพาะในวิกฤตปี 2026 นี้ที่น้ำมัน WTI ทะลุ $90) ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบในเชิงลบมากกว่า ครับ
สาเหตุหลักมาจากความแตกต่างด้านโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการพึ่งพาพลังงาน ดังนี้ครับ:
1. สถานะการเป็นผู้นำเข้าพลังงาน (Energy Dependence)
-
ค่าเงินยูโร (EUR): ยูโรโซนเป็น “ผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ” (Net Energy Importer) รายใหญ่เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ยูโรโซนต้องจ่ายเงินออกนอกประเทศมากขึ้นเพื่อซื้อพลังงาน ส่งผลให้ “เงื่อนไขการค้า” (Terms of Trade) แย่ลง และกดดันให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง
-
ค่าเงินปอนด์ (GBP): แม้สหราชอาณาจักรจะเป็นผู้นำเข้าพลังงานเช่นกัน แต่พวกเขายังมี แหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซในทะเลเหนือ (North Sea) ของตัวเองอยู่บ้าง ซึ่งช่วยลดทอนแรงกระแทกได้ส่วนหนึ่ง (Cushioning Effect) นอกจากนี้ ตลาดหุ้นลอนดอน (FTSE 100) ยังมีหุ้นกลุ่มพลังงานยักษ์ใหญ่ เช่น BP และ Shell ที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันสูง ซึ่งช่วยดึงเม็ดเงินไหลเข้าประเทศและพยุงค่าเงินปอนด์ได้ดีกว่ายูโร
2. ความเสี่ยงต่อสภาวะ Stagflation
-
ยูโรโซน: เศรษฐกิจยุโรปมีความเปราะบางและฟื้นตัวช้ากว่า เมื่อเจอกับ “Oil Shock” ราคาน้ำมันที่สูงจะกลายเป็นภาษีที่เก็บจากผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมโดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อภาวะ Stagflation (เงินเฟ้อพุ่งแต่เศรษฐกิจถดถอย) ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่นักลงทุนกลัวที่สุด
-
สหราชอาณาจักร: แม้จะเจอปัญหาเงินเฟ้อเช่นกัน แต่เศรษฐกิจอังกฤษมักจะมีความยืดหยุ่นและการปรับตัวของค่าจ้างที่สูงกว่าในบางช่วง ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีความคล่องตัวในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อได้มากกว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB)
3. การเคลื่อนไหวของคู่เงิน EUR/GBP
ในทางเทคนิค เมื่อราคาน้ำมันพุ่งแรง เรามักจะเห็นคู่เงิน EUR/GBP ปรับตัวลดลง (หมายความว่าเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร) ดังที่ปรากฏในข้อมูลล่าสุดของปี 2026 ที่ระดับ EUR/GBP ร่วงลงมาอยู่แถว 0.8670 ท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลาง
ตารางสรุปเปรียบเทียบ
| ปัจจัย | ค่าเงินยูโร (EUR) | ค่าเงินปอนด์ (GBP) |
| การพึ่งพาพลังงาน | สูงมาก (นำเข้าเกือบทั้งหมด) | ปานกลาง (มีแหล่งผลิตในประเทศ) |
| ผลกระทบต่อ Terms of Trade | ลบมาก (เงินไหลออกเยอะ) | ลบน้อยกว่า |
| โครงสร้างตลาดหุ้น | เน้นกลุ่มธนาคารและอุตสาหกรรม | มีกลุ่มพลังงาน (Oil Majors) ช่วยพยุง |
| ทิศทางค่าเงินเมื่อน้ำมันพุ่ง | อ่อนค่าลงชัดเจน | แข็งค่ากว่ายูโร (EUR/GBP ร่วง) |





