ราคาน้ำมันดิบ WTI ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ขยับตัวสูงขึ้นยืนเหนือระดับ $59.50 (เคลื่อนไหวแถว $59.85) โดยมีปัจจัยบวกจากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ซึ่งเข้ามาช่วยกลบข่าวร้ายเรื่องปริมาณน้ำมันสำรองที่พุ่งสูงเกินคาดครับ
1. ดอลลาร์อ่อนค่าช่วยพยุงราคา (Currency Offset)
สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำมันดิบขยับขึ้นได้ แม้จะมีปัจจัยลบเรื่องอุปทาน คือการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD Index):
-
ผ่อนคลายความตึงเครียด: ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ลดท่าทีแข็งกร้าวเรื่องเกาะกรีนแลนด์และยกเลิกการขู่เก็บภาษีศุลกากรกับยุโรป
-
ความคุ้มค่า: เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ทำให้น้ำมันดิบ (ซึ่งซื้อขายในสกุล USD) มีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น จึงเกิดแรงซื้อหนุนเข้ามา
2. ข้อมูลสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ (Bearish Inventory)
ปัจจัยที่พยายามกดราคาน้ำมันไว้คือรายงานจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เมื่อคืนนี้:
-
สต็อกพุ่งเกินคาด: ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรล (สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มเพียง 1.1 ล้านบาร์เรล)
-
อุปทานล้นตลาด: การเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันสะท้อนว่าการผลิตในสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง (ประมาณ 13.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ขณะที่ความต้องการใช้ยังไม่เติบโตทันตามปริมาณการผลิต
3. มุมมองจากยักษ์ใหญ่พลังงาน (Saudi Aramco)
CEO ของ Saudi Aramco ได้ออกมาให้ความเห็นที่ช่วยลดความกังวลของตลาด โดยระบุว่า:
-
ความกังวลเรื่องน้ำมันล้นโลกนั้น “มากเกินความจริง”
-
ความต้องการใช้พลังงานในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ยังคงแข็งแกร่งและจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2569
📈 สรุปกรอบราคาเทคนิค WTI (23 ม.ค. 2569)
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
| $60.35 | แนวต้านสำคัญ: เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน หากทะลุได้จะเป็นสัญญาณกลับตัว |
| $59.85 | ราคาปัจจุบัน: พยายามยืนเหนือระดับจิตวิทยาที่ $59.50 |
| $59.00 | แนวรับหลัก: หากหลุดระดับนี้อาจลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมที่ $56.00 |
💡 สรุปสถานการณ์
ราคาน้ำมันในเช้านี้เป็นการสู้กันระหว่าง “ดอลลาร์อ่อนค่า” (บวกต่อราคา) กับ “น้ำมันสำรองล้น” (ลบต่อราคา) ซึ่งทำให้ราคาเคลื่อนไหวแบบค่อยเป็นค่อยไป (Edges higher) มากกว่าการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงครับ





