“ราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งหลุด 70.00 ดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน”
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงแตะระดับประมาณ 69.80 ดอลลาร์ ในช่วงต้นเซสชันยุโรปวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมกลับมารื้อฟื้นการเจรจาอีกครั้งหลังการปะทะกันอย่างรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอติดตามรายงานสต็อกน้ำมันดิบจาก API ในวันอังคารนี้
📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ พลิกกลับมาเป็นทิศทางขาลงอย่างรุนแรงจนดิ่งทะลุระดับจิตวิทยาสำคัญที่ $70.00 ลงมาซื้อขายอยู่บริเวณ $69.80 ในช่วงต้นเซสชันยุโรปวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2026 แม้ว่าสถานการณ์ในช่วงสุดสัปดาห์จะมีการใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีลามไปถึงคูเวตและบาห์เรน แต่ราคาพลังงานกลับลดลงเนื่องจากจิตวิทยาตลาดที่เปลี่ยนไปดังนี้:
-
ข่าวกู้ชีพข้อตกลงหยุดยิง (MOU) ดับพรีเมียมความเสี่ยงสงคราม: สำนักข่าว Axios รายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงที่จะหยุดโจมตีตอบโต้กันชั่วคราว (Stand Down) และเตรียมส่งคณะผู้แทนไปเปิดโต๊ะเจรจาเทคนิคที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ในวันอังคารนี้ เพื่อหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ข่าวดังกล่าวทำให้ “พรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม (War Risk Premium)” ที่เคยหนุนราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้าหดหายไปทันที
-
ตลาดมองข้ามความขัดแย้ง มุ่งเป้าอุปทานล้นตลาด (Oversupply Focus): นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน ING (Warren Patterson และ Ewa Manthey) ตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนในตลาดน้ำมันดิบกำลัง “มองโลกในแง่ดีเกินไป” เกี่ยวกับความเร็วในการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย โดยผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่ได้มองข้ามเหตุการณ์ปะทะในช่วงสุดสัปดาห์ และหันไปโฟกัสว่าหากช่องแคบฮอร์มุซเปิดสัญจรได้อย่างสมบูรณ์ อุปทานน้ำมันดิบที่ไหลกลับเข้าสู่ระบบโลกจะสร้างภาวะอุปทานส่วนเกิน (Excess Supply) ทันที
-
จับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบ API: ในวันอังคารนี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) จะเปิดเผยรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังรายสัปดาห์ หากตัวเลขสต็อกน้ำมันลดลง (Draw) มากกว่าคาด จะสะท้อนถึงดีมานด์ที่ยังแข็งแกร่งและอาจช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบ WTI ให้รีบาวด์ฟื้นตัวขึ้นมาได้
📊 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (WTI Oil)
การร่วงหลุดระดับ $70.00 ส่งผลให้โครงสร้างราคาทางเทคนิคระยะสั้นเปลี่ยนเป็นลบ (Bearish Momentum)
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
$70.50(ระดับแนวรับจิตวิทยาเดิมที่เพิ่งหลุดลงมาและเปลี่ยนเป็นแนวต้านแรก) -
แนวต้านที่ 2:
$72.20(เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นที่คอยกดหัวราคาเอาไว้) -
แนวต้านที่ 3:
$73.50(โซนแนวต้านหนาแน่นทางโครงสร้างราคาก่อนเกิดเหตุปะทะ)
-
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
$69.20(จุดต่ำสุดเดิมทางสถิติก่อนหน้านี้) -
แนวรับที่ 2:
$68.00(ด่านแนวรับจิตวิทยาขนาดใหญ่ของปีนี้) -
แนวรับที่ 3:
$66.50(ฐานรับใหญ่ที่สุดในกรอบเวลาประจำสัปดาห์ หรือ Weekly Chart)
-
📝 บทสรุปทิศทางตลาดจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Market Executive Summary: ราคาน้ำมันดิบ WTI ในปัจจุบันสะท้อนภาวะ “Buy the rumor, Sell the fact” ในเชิงบวกต่อการทูตอย่างชัดเจน ตลาดรีบเร่งเทขายสัญญาน้ำมันดิบออกมาเนื่องจากคาดหวังว่าการเจรจาที่กรุงโดฮาในวันอังคารนี้จะประสบความสำเร็จและเปิดทางให้พลังงานไหลเวียนได้อย่างเสรี อย่างไรก็ตาม THAIFRX มองว่าการดิ่งลงครั้งนี้อาจจะ “รวดเร็วเกินไป” เนื่องจากความเปราะบางของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีอยู่สูง และหากการเจรจาในวันอังคารเกิดสะดุด ราคาน้ำมันก็พร้อมที่จะดีดตัวกลับ (Spike) ได้อย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์การเทรดประจำวัน: โครงสร้างระยะสั้นเป็นขาลง แต่ราคาเข้าใกล้โซนขายมากเกินไป (Oversold) แนะนำกลยุทธ์ “ชะลอการ Sell และรอจังหวะ Buy ซื้อคืนทางเทคนิค (Technical Rebound)” โดยแนะนำให้นักเทรดสังเกตพฤติกรรมราคาบริเวณแนวรับ
$69.00 - $69.20หากเริ่มมีแรงซื้อคืนสลับเข้ามาหรือเกิดสัญญาณแท่งเทียนทิ้งไส้ด้านล่าง (Rejection) สามารถเปิดสถานะ Buy เล่นรอบรีบาวด์สั้น เพื่อไปทำกำไรแถว$71.50โดยตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เอาไว้แคบ ๆ ใต้ระดับ$68.50เพื่อความปลอดภัย



