ทองคำร่วงทดสอบ $4,858: บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) บดบังความคาดหวังเฟดลดดอกเบี้ย
ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยในช่วงเช้าได้ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์บริเวณ $4,858 ก่อนจะดีดกลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ $4,900 อีกครั้งในช่วงเซสชันยุโรป เนื่องจากนักลงทุนชะลอการขายเพื่อรอดูความชัดเจนจากรายงานการประชุมเฟด (FOMC Minutes)
ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ
-
บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on Mood): ตลาดหุ้นทั่วโลกมีทิศทางเป็นบวก ทำให้นักลงทุนย้ายเงินออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
-
ดอลลาร์สหรัฐรักษาช่วงบวก: แม้จะขาดแรงซื้อใหม่ แต่ดอลลาร์ยังคงรักษาการฟื้นตัวจากเมื่อคืนนี้ได้ ทำให้ราคาทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
-
การเทขายทางเทคนิค: การที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 100-hour SMA ได้ ทำให้ฝั่งขาขาย (Bears) กลับมาได้เปรียบในระยะสั้น
ปัจจัยที่ช่วยพยุงราคา (Supportive Factors)
-
ความหวังเฟดลดดอกเบี้ย: ตลาดยังคงให้น้ำหนักว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน และอาจลดมากกว่า 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะยาว
-
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: การซ้อมรบของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซและการรอผลเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา ยังคงสร้างความกังวลและกระตุ้นแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นระยะ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (XAU/USD 1-Hour Chart)
| ตัวชี้วัดทางเทคนิค | สถานะปัจจุบัน | ความหมาย |
| 100-hour SMA | อยู่เหนือราคาปัจจุบัน | ทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ ตราบใดที่ยังไม่ผ่าน จุดนี้ขาลงยังได้เปรียบ |
| MACD | อยู่ต่ำกว่าเส้น Signal และระดับ 0 | บ่งชี้ว่าแนวโน้มยังเป็นขาลง แต่แรงส่งเริ่มชะลอตัว (Negative histogram narrows) |
| RSI (14) | 40.75 | อยู่ในโซนเป็นกลางถึงอ่อนแอ (Neutral-to-bearish) แต่เริ่มทรงตัว |
มุมมองเทคนิค: ทิศทางที่มีแรงต้านน้อยที่สุดคือ “ขาลง” โดยมีโอกาสลงไปทดสอบระดับต่ำสุดเดิมหากไม่สามารถทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 100-hour SMA ขึ้นไปได้
ประเด็นที่ต้องติดตามคืนนี้และสัปดาห์นี้
-
คืนนี้: รายงานดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด (เช่น Vice Chair Michael Barr และ Mary Daly)
-
วันพุธ (18 ก.พ.): รายงานการประชุมเฟด (FOMC Minutes) ไฮไลต์สำคัญของสัปดาห์
-
วันศุกร์ (20 ก.พ.): ดัชนีราคา Core PCE ซึ่งจะชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ





