ทองคำปรับตัวลดลง ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบางจากวันหยุดในจีน
ราคาทองคำปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่สอง โดยร่วงลงประมาณ 0.7% มาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ $4,950 ต่อออนซ์ ในช่วงเช้าวันอังคาร เนื่องจากตลาดหลักในเอเชียอย่างจีนและฮ่องกงยังคงปิดทำการในเทศกาลตรุษจีน
ปัจจัยที่กดดันราคาในระยะสั้น
-
ปริมาณการซื้อขายเบาบาง (Thin Volumes): การปิดทำการของตลาดในจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ทำให้ขาดแรงซื้อทางกายภาพ (Physical Demand) ที่มักจะช่วยพยุงราคา
-
แรงเทขายทำกำไร: หลังจากราคาดีดตัวขึ้นรับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นักลงทุนบางส่วนเริ่มขายทำกำไรเนื่องจากราคายังไม่สามารถฝ่าแนวต้านจิตวิทยาที่ $5,000 ไปได้
ปัจจัยที่ช่วยจำกัดช่วงขาลง (Supportive Factors)
-
ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยเฟด: ข้อมูล CPI เดือนมกราคมที่ชะลอตัวลง เสริมความเชื่อมั่นว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 bps อย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ (โดยตลาดให้ความสำคัญกับเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม) ซึ่งเป็นผลบวกต่อทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
-
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: อิหร่านได้ทำการซ้อมรบทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองเข้าไปในภูมิภาค ความตึงเครียดนี้อาจกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ได้ทุกเมื่อ
ราคาทองคำในประเทศ (สมาคมค้าทองคำ)
ประกาศครั้งที่ 1 ณ เวลา 09.11 น. (17 ก.พ. 2569):
-
ทองคำแท่ง: รับซื้อ 73,100 บาท | ขายออก 73,300 บาท
-
ทองรูปพรรณ: รับซื้อ 71,631 บาท | ขายออก 74,100 บาท (ปรับลดลง 400 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้)
มุมมองเทคนิคและระดับที่ต้องจับตา
-
แนวรับสำคัญ: $4,915 – $4,923 (เส้น EMA 20 วัน) หากหลุดระดับนี้อาจลงไปทดสอบแนวรับจิตวิทยาที่ $4,900
-
แนวต้านสำคัญ: $5,000 (ระดับจิตวิทยา) และ $5,040 – $5,080 ซึ่งเป็นโซนที่ราคาเผชิญแรงขายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุปภาพรวม: แม้ราคาจะย่อตัวลงในวันนี้ แต่ภาพรวมรายสัปดาห์และรายปียังคงเป็น ขาขึ้นแข็งแกร่ง (Bullish Bias) โดยมีเป้าหมายระยะยาวในปี 2026 อยู่ที่ระดับ $5,400 – $5,600 ตามการคาดการณ์ของสถาบันการเงินหลัก





