ทองคำดีดสู้ศึกตะวันออกกลาง! แต่โดน “เงินเฟ้อ” สกัดขาขึ้น หลังตลาดลดคาดการณ์ Fed หั่นดอกเบี้ย
ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) เคลื่อนไหวผันผวนรุนแรงในกรอบ $5,000 – $5,050 ต่อออนซ์ในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ถูกกดดันด้วยตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งสูงจากราคาน้ำมัน จนทำให้นักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะสามารถลดดอกเบี้ยได้ตามแผนเดิมหรือไม่ครับ
1. ปัจจัยหนุน: แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Demand)
-
US-Iran Conflict: สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง
-
Geopolitical Fracture: รายงานข่าวเรื่องการโจมตีเกาะคาร์กและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อทองคำในฐานะ “สกุลเงินทางเลือก”
2. ปัจจัยกดดัน: ดอกเบี้ยและดอลลาร์ (The Inflation Hedge Paradox)
-
Oil-Led Inflation: ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวเหนือ $100 ส่งผลให้คาดการณ์เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ซึ่งปกติจะเป็นผลดีต่อทองคำ แต่ในรอบนี้กลับกลายเป็นผลลบ เนื่องจากมันบีบให้ Fed ต้อง “คงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น” (Higher-for-Longer)
-
Rate Cut Bets Tumble: ตลาดเริ่มลดน้ำหนักความเชื่อที่ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในปี 2026 โดยบางส่วนคาดว่าอาจต้องเลื่อนไปถึงปี 2027 ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าและกดดันราคาทองคำ
-
Opportunity Cost: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูงทำให้ต้นทุนการถือครองทองคำ (ซึ่งไม่มีปันผล) สูงขึ้นตามไปด้วย
3. วิเคราะห์ทางเทคนิค & กลยุทธ์ (THAIFRX.COM Insight)
-
แนวรับสำคัญ (The Line in the Sand): $5,000 หากราคายืนเหนือระดับจิตวิทยานี้ไม่ได้ อาจเกิดการเทขาย (Liquidation) ไปยังแนวรับถัดไปที่ $4,900 – $4,950
-
แนวต้านสำคัญ: $5,130 และด่านหินที่ $5,200
-
มุมมอง: ทองคำกำลังอยู่ในสภาวะ “ชักกะเย่อ” ระหว่างความเสี่ยงสงคราม (บวก) และดอกเบี้ยสูง (ลบ) แนะนำให้นักเทรดติดตามผลการประชุม Fed ในคืนวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางใหญ่ของทองคำในไตรมาสนี้ครับ





