นี่คือสรุปข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 28 มกราคม 2026) เกี่ยวกับข้อความของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ส่งถึงอิหร่าน และสถานการณ์ความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ครับ
สรุปสถานการณ์: ทรัมป์ยื่นคำขาด “Make a Deal” ต่ออิหร่าน
เมื่อวันพุธที่ 28 มกราคม 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ส่งสัญญาณเตือนที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งไปยังรัฐบาลเทหะราน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
1. คำขู่และ “กองเรือขนาดใหญ่” (The Massive Armada)
-
ทรัมป์ระบุว่าขณะนี้ “กองเรือรบขนาดใหญ่” (Massive Armada) ซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln กำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่านด้วยความรวดเร็วและเต็มกำลัง
-
เขาเปรียบเทียบกองเรือนี้ว่ามีขนาดใหญ่กว่ากองเรือที่เคยส่งไปยังเวเนซุเอลา และพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจด้วย “ความรวดเร็วและความรุนแรง” หากจำเป็น
2. เงื่อนไขการเจรจา (The Deal)
-
ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านรีบกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงที่ “ยุติธรรมและเท่าเทียม”
-
เงื่อนไขหลัก: ต้อง “ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” (NO NUCLEAR WEAPONS) และเป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับทุกฝ่าย
-
เขาย้ำว่า “เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว” และกระตุ้นให้อิหร่านทำข้อตกลงก่อนที่จะสายเกินไป
3. คำเตือนถึงการโจมตีครั้งถัดไป
-
ทรัมป์อ้างถึงปฏิบัติการ “Midnight Hammer” (มิถุนายน 2025) ที่สหรัฐฯ เคยถล่มฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านมาแล้ว
-
เขาขู่ทิ้งท้ายว่า: “การโจมตีครั้งต่อไปจะเลวร้ายกว่าเดิมมาก! (The next attack will be far worse!) อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก”
บริบทแวดล้อมที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด
-
การปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่าน: ทรัมป์ขู่จะใช้มาตรการทางทหารหากอิหร่านยังคงใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงในประเทศ (ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตและถูกจับกุมจำนวนมาก)
-
การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม: อิหร่านประกาศไม่ผูกพันกับข้อตกลงนิวเคลียร์เดิม ทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามระดับสูงสุด
-
ปฏิกิริยาจากอิหร่าน: รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน (Abbas Araghchi) ตอบโต้ว่าอิหร่านพร้อมเจรจาบนพื้นฐานของ “ความเคารพ” แต่จะไม่เจรจาท่ามกลาง “คำขู่หรือการกดดัน”
ผลกระทบต่อตลาด (Update 28 ม.ค. 2026)
ข่าวนี้ส่งผลทันทีต่อราคาสินทรัพย์ทั่วโลก:





