ข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนจาก RatingDog (ซึ่งทำงานร่วมกับ S&P Global) ประจำเดือนมกราคม 2026 ที่ประกาศออกมาเมื่อเช้านี้ (4 ก.พ. 2026) ระบุว่าดัชนีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 52.3 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 51.8 และถือเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 3 เดือนครับ
ข้อมูลนี้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
สรุปข้อมูล RatingDog Services PMI (ม.ค. 2026)
| ตัวบ่งชี้ | ข้อมูลจริง (Actual) | คาดการณ์ (Expected) | เดือนก่อนหน้า (ธ.ค.) |
| Services PMI | 52.3 | 51.8 | 52.0 |
| Composite PMI* | 51.6 | – | 51.3 |
*หมายเหตุ: Composite PMI คือดัชนีรวมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ
ประเด็นสำคัญจากรายงาน
-
การจ้างงานกลับมาขยายตัว: สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในรายงานฉบับนี้คือ ดัชนีการจ้างงาน (Employment) ที่กลับมาอยู่ในแดนขยายตัว (สูงกว่า 50) เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน สะท้อนว่าผู้ประกอบการเริ่มมีความเชื่อมั่นและต้องการแรงงานเพิ่มเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น
-
คำสั่งซื้อใหม่จากต่างประเทศ: ยอดคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders) เติบโตขึ้น โดยได้รับอานิสงส์จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และอุปสงค์จากต่างประเทศที่ฟื้นตัว ซึ่งช่วยหนุนภาคบริการให้เติบโตได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
-
ต้นทุนเริ่มทรงตัว: แม้ราคาต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงยังเพิ่มขึ้น แต่ อัตราเงินเฟ้อด้านต้นทุน (Input Cost Inflation) ชะลอตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารกำไรได้ดีขึ้น
ความขัดแย้งกับตัวเลขทางการ (Official PMI)
เป็นที่น่าสังเกตว่าข้อมูลจาก RatingDog (ภาคเอกชน) ซึ่งเน้นกลุ่มบริษัทขนาดกลางและย่อม (SMEs) ออกมา ดีกว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (Official NBS) ที่รายงานเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ว่าดัชนีภาคที่ไม่ใช่การผลิต (Non-Manufacturing) อยู่ที่ 49.4 (ต่ำกว่า 50)
-
การตีความ: นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่ม SMEs และบริษัทที่เน้นการส่งออกเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น ขณะที่รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ (ซึ่งวัดโดย NBS) ยังคงเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ผลกระทบต่อตลาด
-
ค่าเงิน AUD: เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) แข็งค่าขึ้นทันทีประมาณ 0.15% หลังทราบผล เนื่องจากออสเตรเลียเป็นคู่ค้าสำคัญของจีน
-
ความเชื่อมั่น: ข้อมูลนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนลงได้บ้างในช่วงต้นปี และอาจทำให้ความจำเป็นในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่จากรัฐบาลปักกิ่งลดน้อยลงในระยะสั้น





