ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) เผชิญกับสภาวะผันผวนและอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวแถวระดับ 97.30 – 97.60 โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยความไม่แน่นอนภายในสหรัฐฯ และการรอคอยข้อมูลสำคัญ ดังนี้ครับ:
1. ภาวะสุญญากาศของข้อมูลเศรษฐกิจ (The Data Gap)
-
Partial Government Shutdown: สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Shutdown) ทำให้การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายตัวต้องเลื่อนออกไป เช่น รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
-
ความกังวลของนักลงทุน: เมื่อไม่มีข้อมูลใหม่มายืนยันความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ นักลงทุนจึงเริ่ม “ลดความเสี่ยง” (De-risking) โดยการขายทำกำไรดอลลาร์ออกมาบ้างหลังจากที่แข็งค่าขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า
2. การรอคอยตัวเลขสำคัญ (Wait-and-See Approach)
นักลงทุนกำลังจับตามองกำหนดการใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ (หลังสถานการณ์ Shutdown เริ่มคลี่คลาย):
-
รายงานจ้างงานเดือนมกราคม (พุธที่ 11 ก.พ.): ตลาดคาดการณ์ว่าอาจเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงาน
-
ดัชนีราคาผู้บริโภค CPI (ศุกร์ที่ 13 ก.พ.): ตัวเลขนี้จะเป็นตัวตัดสินว่า Fed ภายใต้ว่าที่ประธานคนใหม่จะสามารถลดดอกเบี้ยได้ในช่วงกลางปีตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่
3. ปัจจัยหนุนจากภายนอก (External Factors)
-
การฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยง: ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสกุลเงินดิจิทัลเริ่มกลับมาอีกครั้ง ประกอบกับข่าวการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ลดความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ความต้องการถือดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ลดน้อยลง
-
นโยบายการเงินของญี่ปุ่น: ชัยชนะของรัฐบาลใหม่ในญี่ปุ่นส่งสัญญาณถึงการใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว ซึ่งทำให้เงินเยนมีความผันผวนและส่งผลกระทบต่อตะวันกร้าเงินดอลลาร์ (DXY) โดยตรง
วิเคราะห์ทางเทคนิคดัชนีดอลลาร์ (DXY)
-
แนวรับสำคัญ (Support): 97.30 และ 96.45 หากหลุดระดับนี้อาจเข้าสู่รอบการพักตัวระยะกลาง
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance): 97.85 และ 98.70 ซึ่งเป็นจุดที่เริ่มมีแรงเทขายกดดันอยู่





