“คาดการณ์ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ: พลิกกลับมาบวกยุติสถิติร่วงติดต่อกัน 3 วัน ท่ามกลางความระมัดระวังก่อนตัวเลขจ้างงาน NFP สหรัฐฯ”
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ฟื้นตัวขึ้นราว 0.3% มาเคลื่อนไหวบริเวณ 101.40 ยุติแรงเทขายช่วงต้นสัปดาห์ หลังนักลงทุนปรับโหมดเข้าสู่สภาวะระมัดระวังความเสี่ยง เพื่อรอคอยการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่ตลาดยังคงคาดการณ์สูงถึง 80% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้
📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
การกลับมาแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ในวันนี้ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กดดันให้ราคาทองคำดิ่งหลุด $4,000 และทำให้ค่าเงินเยนทรุดลงทำสถิติต่ำสุดในรอบ 40 ปี โดยมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างดังนี้:
-
การจัดทัพก่อนสัปดาห์แรงงาน (Pre-NFP Position Adjustments): การฟื้นตัวของดอลลาร์ในเซสชันวันอังคารเกิดจากการปรับฐานของนักลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง (De-risking) ก่อนรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ประจำเดือนมิถุนายนที่จะมาเร็วกว่าปกติคือวันพฤหัสบดีนี้ โดยตลาดคาดการณ์ตัวเลขไว้ที่ 110,000 ตำแหน่ง (ลดลงจาก 172,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม) และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 4.3% แม้ตัวเลขคาดการณ์จะชะลอตัวลง แต่ความไม่แน่นอนทำให้เกิดแรงซื้อคืนดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก
-
ความหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยยังคงเหนียวแน่น (Persistent Fed Hawkishness): ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุชัดเจนว่า ผู้เล่นในตลาดยังคงให้น้ำหนักสูงถึง 80% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026 โดยแรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากความกังวลว่าความตึงเครียดรอบใหม่ในตะวันออกกลางจะทำให้อัตราเงินเฟ้อโลกฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
-
ด่านทดสอบแรก “JOLTS Job Openings”: ก่อนจะถึงวันพฤหัสบดี ในช่วงค่ำวันนี้เวลา 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (14:00 GMT) ตลาดจะจับตาตัวเลขตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS) ของเดือนพฤษภาคม โดยนักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 7.3 ล้านตำแหน่ง หากตัวเลขจริงออกมาสูงกว่าคาด จะยิ่งเป็นเชื้อไฟส่งให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นไปอีก
📊 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (US Dollar Index – DXY)
ในทางเทคนิค ดัชนีดอลลาร์กลับมาได้เปรียบในระยะสั้น (Near-term Bullish Bias) หลังจากราคาสามารถยืนหยัดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20-day EMA ได้อย่างมั่นคง
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
101.60(ด่านทดสอบย่อยของสัปดาห์นี้) -
แนวต้านที่ 2:
102.00(โซนแนวต้านใหญ่ระดับสำคัญ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมของวันที่ 12 พฤษภาคม 2025) -
แนวต้านที่ 3:
103.00(เป้าหมายหลักทางจิตวิทยาหากโมเมนตัมขาขึ้นทะลุกำแพง 102.00 ได้)
-
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
101.00(แนวรับจิตวิทยาระยะสั้นอินทราเดย์) -
แนวรับที่ 2:
100.56(แนวรับหลักของเส้นค่าเฉลี่ย 20-day EMA ซึ่งเป็นปราการด่านสำคัญในการรักษาเทรนด์ขาขึ้น) -
แนวรับที่ 3:
99.80(ฐานรับใหญ่ระดับโครงสร้างเวลารายสัปดาห์)
-
📈 ข้อสังเกตจากอินดิเคเตอร์: ค่าดัชนี RSI ปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 67.83 ซึ่งจ่อเข้าใกล้เขตซื้อมากเกินไป (Overbought Territory) สะท้อนว่าดอลลาร์มีแรงขับเคลื่อนฝั่งขาขึ้นที่แข็งแกร่งมาก แต่อาจเริ่มตึงตัวในระยะสั้น ทำให้การปรับตัวขึ้นต่อจากนี้อาจเป็นการค่อยๆ ไต่ระดับสลับกับการสะสมพลัง (Consolidation)
📝 บทสรุปทิศทางตลาดจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Market Executive Summary: การดีดตัวกลับของดัชนีดอลลาร์ (DXY) สู่ระดับ
101.41ส่งสัญญาณเตือนฝั่งตรงข้าม (EUR, GBP, XAU) ว่าแรงเทขายดอลลาร์ในช่วง 3 วันก่อนหน้าได้สิ้นสุดลงแล้ว ตลาดฟอเร็กซ์ในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวังสูงเนื่องจากมีทั้งข่าวยุทธศาสตร์การขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ และการตั้งตารอสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ ในภาพรวมตราบใดที่ DXY ไม่หลุด100.56ลงไป ฝั่งขาขึ้น (Bullish) ยังคงเป็นผู้ควบคุมพิกัดของตลาด
กลยุทธ์การเทรดประจำวัน:
สำหรับผู้เทรดคู่เงินหลัก (Major Pairs & Gold): แนะนำให้เน้นถือครองสถานะฝั่ง Short (Sell) เงินสกุลอื่นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หรือทองคำ เมื่อราคาขยับขึ้นชนแนวต้าน (Sell on Rallies) เนื่องจากดอลลาร์มีแนวโน้มจะทรงตัวในแดนแข็งค่าไปจนถึงวันพฤหัสบดี
สำหรับผู้เทรดดัชนีดอลลาร์โดยตรง: หากดัชนีย่อตัวลงมาบริเวณ
101.00 - 101.10สามารถพิจารณาเปิดสถานะ Buy (Long DXY) เพื่อไปรอทำกำไรที่แนวต้านใหญ่101.90 - 102.00และตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ต่ำกว่า100.50



