สรุปสถานการณ์ค่าเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) ประจำวันที่ 9 มีนาคม 2026 หลังจากถูกแรงกดดันจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ:
เงินปอนด์ร่วงลง (GBP Declines) ขณะที่ดอลลาร์พุ่งรับสภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk Aversion)
ค่าเงินปอนด์ (Sterling) อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยลงไปเคลื่อนไหวแถวระดับ 1.3345 (ลดลงจากระดับ 1.3420 ในช่วงก่อนหน้า) เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมด “กลัวความเสี่ยง” อย่างเต็มตัวจากสถานการณ์สงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ปัจจัยกดดันค่าเงินปอนด์ในวันนี้
-
แรงซื้อดอลลาร์ในฐานะ Safe-haven:
-
การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน และการที่ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $110 ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิดและหันไปถือครองดอลลาร์ (USD) ซึ่งมีความแข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้
-
-
ความตึงเครียดทางการเมือง US-UK:
-
รายงานข่าวเรื่องรอยร้าวระหว่าง ประธานาธิบดีทรัมป์ และ นายกฯ สตาร์เมอร์ กรณีการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินอังกฤษไปตะวันออกกลาง สร้างความไม่แน่นอนต่อความสัมพันธ์ “Special Relationship” ซึ่งส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในค่าเงินปอนด์
-
-
ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย (Recession Fears):
-
แม้อังกฤษจะมีรายได้จากกลุ่มพลังงาน (เช่น BP, Shell) แต่ราคาน้ำมันที่สูงเกินไปจะกลายเป็นแรงกดดันต่อการบริโภคภายในประเทศและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ทำงานลำบากในการคุมเงินเฟ้อโดยไม่ให้เศรษฐกิจพัง
-
วิเคราะห์แนวโน้มและระดับสำคัญ (THAIFRX.COM)
มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับนักเทรด
-
คู่เงิน GBP/USD: ยังคงมีแนวโน้มเป็นขาลง (Bearish Bias) ตราบใดที่ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ยังยืนเหนือ 99.50 และราคาน้ำมันยังพุ่งสูง
-
คู่เงิน EUR/GBP: หากคุณต้องการเทรดปอนด์ แนะนำให้มองฝั่ง Buy GBP เมื่อเทียบกับ EUR แทน (เนื่องจากยูโรอ่อนแอจากวิกฤตพลังงานมากกว่าปอนด์)
สรุปสั้นๆ: ปอนด์กำลังสู้กับ “ยักษ์ใหญ่” อย่างดอลลาร์ที่มีปัจจัยหนุนครบถ้วน ทั้งเรื่องสงครามและพลังงาน การเทรดปอนด์ในช่วงนี้จึงมีความเสี่ยงสูงและผันผวนรุนแรงครับ





