“ทองคำหมดแรงดีด! ร่วงดิ่งจากแนวต้าน $4,590 หลัง ‘ปธน.อิหร่าน’ ประกาศกร้าวไม่ก้มหัวให้ใคร สยบกระแสทรัมป์ถอยทัพ ดันดอลลาร์แข็งพ่วงบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี กดทองคำทรุดสะสม” ราคาน้ำมันและทองคำ (XAU/USD) เผชิญแรงเทขายระลอกใหม่หลังจากขยับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของช่วงเช้าบริเวณ $4,590 โดยขาขึ้นต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากนักลงทุนยังคงกังขาต่อความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ หลังประธานาธิบดีอิหร่านออกมาตอกกลับคำขู่ของทรัมป์อย่างดุเดือด ประกอบกับแรงกดดันจากฝั่ง Fed ที่ตลาดคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยช่วงปลายปี หนุนดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ฟื้นตัวสกัดขาขึ้นของโลหะมีค่าที่ไม่มีผลตอบแทนในตัวเอง
📈 ข้อมูลวิเคราะห์ตลาดเพิ่มเติม (Market Insights)
เจาะลึก 3 ปัจจัยหลักที่กำลังขับเคลื่อนทิศทางของราคาน้ำมันและทองคำในวันนี้:
1. สงครามน้ำลายระดับผู้นำ: “เปเซชเคียน สวนกลับ ทรัมป์”
-
ข้อความท้าทายจากเตหะราน: แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามส่งสัญญาณบวกว่ายอม “เลื่อนแผนโจมตีทางทหาร” ตามคำขอของกลุ่มประเทศอาหรับ แต่อารมณ์ตลาดกลับมาตึงเครียดทันทีเมื่อ ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ของอิหร่าน ออกมาตอกกลับคำขู่ “เวลาใกล้หมด” ของทรัมป์อย่างเป็นทางการ โดยลั่นวาจาว่า “อิหร่านจะไม่มีวันก้มหัวให้กับอำนาจใดๆ และเตหะรานเข้าร่วมโต๊ะเจรจาครั้งนี้ด้วยศักดิ์ศรี ความเด็ดขาด และเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น”
-
กองทัพสหรัฐฯ สแตนด์บาย: การที่ทรัมป์ยังคงสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เตรียมพร้อมเปิดฉากถล่มอิหร่านเต็มรูปแบบ (Full-scale attack) ทุกเมื่อหากดีลล่ม ทำให้พรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ยังคงหนุนสถานะดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลักของโลก
2. บอนด์ยิลด์ 30 ปีพุ่งชนเพดานรอบ 3 ปี (The Yield Pressure)
-
ล้างไพ่ลดดอกเบี้ย 100%: สภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงจากวิกฤตพลังงาน (Strait of Hormuz Blockade) ทำให้นักลงทุนยกเลิกการคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2026 นี้ไปโดยสิ้นเชิง
-
เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.: จากข้อมูลของ CME FedWatch Tool ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 40% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมเดือนธันวาคม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี (30-year US Bond Yield) พุ่งทะยานใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงที่คอยกดทับราคาน้ำมันและทองคำ
3. สรุปภาพรวมทางเทคนิค (Technical Setup)
-
ติดกำแพง SMA 100-hour: ในกราฟราย 1 ชั่วโมง (1H Chart) ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย SMA 100 วันที่ระดับ $4,625.58 สะท้อนว่าภาพรวมระยะสั้นยังคงเป็น ขาลง (Bearish bias)
-
โมเมนตัมเริ่มแผ่ว: ค่า MACD แม้จะอยู่ในแดนบวกที่ 3.32 แต่สโลปเริ่มลาดลงแสดงถึงแรงซื้อที่เริ่มหมดพลัง ขณะที่ดัชนี RSI ทรงตัวอยู่ที่ 51.7 บ่งชี้ว่าตลาดยังขาดแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนเพื่อเลือกข้าง (Lack of directional conviction) ก่อนการเปิดเผย รายงานการประชุม FOMC (FOMC Minutes) ในวันพุธนี้
💡 บทสรุปจาก THAIFRX.COM
ภาพรวมพื้นฐานและเทคนิคในเวลานี้ยังคงเทน้ำหนักไปให้ทางฝั่ง “หมีคุมเกม” (Bearish Control) การเด้งขึ้นมาของทองคำในรอบสองวันที่ผ่านมาเป็นเพียงการพักฐานเพื่อรอปัจจัยใหม่
แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ (Key Levels):
แนวต้าน (Resistance): $4,625.58 (เส้น SMA 100 ชั่วโมง – จุดเปลี่ยนสำคัญของฝั่ง Buy) และ $4,590
แนวรับ (Support): $4,500 (แนวรับจิตวิทยา) และ $4,480 (จุดต่ำสุดของสัปดาห์) หากหลุดแนวนี้จะเปิดประตูระบายน้ำมุ่งหน้าสู่เขตแนวรับใหญ่ถัดไป
คำแนะนำ: ทีมงาน THAIFRX.COM แนะนำให้เทรดเดอร์ใช้กลยุทธ์ “เด้ง Sell” (Sell on Rally) ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถทะลุและยืนเหนือด่าน $4,625 ได้อย่างมั่นคง โดยให้รอจังหวะหลุดระดับ $4,500 เพื่อเปิดสถานะ Sell ตามน้ำ (Follow-through selling) มุ่งเป้าทำกำไรที่ $4,480 และต่ำกว่าครับ




