สรุปรายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2026 หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาที่ผันผวนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดพลังงานครับ:
WTI ทรงตัวใกล้ระดับ $85.00 หลังราคาทิ้งตัวจากจุดสูงสุด ท่ามกลางการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ
ราคาน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ $85.30 – $85.80 ต่อบาร์เรลในเช้าวันอังคารที่ 10 มีนาคม ปรับตัวลดลงกว่า 9% จากระดับสูงสุดของเมื่อวานที่พุ่งไปแตะ $113 – $119 โดยตลาดกำลังพยายามหาจุดสมดุลใหม่ระหว่าง “แรงกดดันจากการปิดเส้นทางขนส่ง” และ “ความหวังในการยุติสงคราม” ครับ
1. สาเหตุของการปรับฐานราคา (Why it dropped to $85?)
-
Trump Effect: คำแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่าสงครามจะจบ “เร็วๆ นี้” และการเตรียมยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วนเพื่อดึงราคาลง ทำให้เกิดแรงเทขายทำกำไรมหาศาล (Long Liquidation)
-
Emergency Reserve Release: ข่าวลือเรื่องที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เตรียมระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมาเพื่อบรรเทาภาวะ Supply Shock ช่วยลดความตื่นตระหนกของนักลงทุน
2. ปัจจัยที่ยังพยุงราคาไว้ (The Bullish Floor)
-
Hormuz Blockade: ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงถูกปิดโดยสมบูรณ์ นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม โดยกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ยืนยันจะโจมตีเรือทุกลำที่พยายามฝ่าด่าน ทำให้การขนส่งน้ำมันกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวันยังคงเป็นอัมพาต
-
Output Curtailment: ผู้ผลิตรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงซาอุดีอาระเบีย เริ่มลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากไม่สามารถส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบได้ ทำให้สต็อกน้ำมันในภูมิภาคเริ่มล้นขณะที่ตลาดโลกขาดแคลน
-
Volatility Surge: ดัชนีความผันผวนของน้ำมัน (OVX) พุ่งแตะระดับ 70 ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในสภาวะที่เปราะบางอย่างยิ่ง
3. วิเคราะห์ทางเทคนิคและกลยุทธ์ (THAIFRX.COM Outlook)
| ระดับราคา | ความสำคัญ | มุมมองเทคนิค |
| $88.50 | แนวต้านปัจจุบัน | หากราคากลับมายืนเหนือจุดนี้ได้ มีโอกาสทดสอบ $93 – $95 อีกครั้ง |
| $85.00 | แนวรับจิตวิทยา | จุดชี้ชะตาในเซสชั่นวันนี้ หากหลุดอาจไหลลงไปหา $81.60 |
| $113.00 | จุดสูงสุดเดิม | เป็นระดับ Resistance ระยะยาวที่ตลาดจะจำไว้เป็นบทเรียนความผันผวน |





