ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 13 มกราคม 2569 (2026) ระบุว่าตลาดการเงินได้กลับมาสู่สภาวะที่เรียกว่า “Takaichi Trade” อีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ (USD/JPY พุ่งแตะระดับ 159.00) สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ครับ:
1. Takaichi Trade คืออะไร?
Takaichi Trade คือปรากฏการณ์ทางตลาดที่นักลงทุนคาดการณ์ว่านโยบายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ซึ่งถูกขนานนามว่า “Sanaenomics” จะเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนักคล้ายกับ Abenomics โดยมีองค์ประกอบหลักคือ:
-
การคลังขยายตัว (Fiscal Expansion): การใช่งบประมาณภาครัฐมหาศาลเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนยุทธศาสตร์
-
นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (Monetary Easing): การกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเพื่อเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ
2. ทำไมเงินเยนถึงกลับมาอ่อนค่าในตอนนี้?
มีปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ “Takaichi Trade” กลับมาคึกคักในต้นปี 2569:
-
สัญญาณการยุบสภา: มีรายงานว่านายกฯ ทาคาอิจิ เตรียม ยุบสภาล่างในวันที่ 23 มกราคม 2569 เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดตีความว่านี่เป็นการรวมอำนาจเพื่อผลักดันงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่
-
งบประมาณปี 2569 สูงเป็นประวัติการณ์: รัฐบาลอนุมัติร่างงบประมาณปี 2569 วงเงินสูงถึง 122 ล้านล้านเยน เน้นการลงทุนใน AI, เซมิคอนดักเตอร์ และการอุดหนุนค่าครองชีพ
-
ความขัดแย้งระหว่างนโยบาย: ขณะที่รัฐบาลเน้นใช้เงิน (การคลัง) แต่ BoJ พยายามดึงดอกเบี้ยขึ้น (ปัจจุบันอยู่ที่ 0.75%) ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้นักลงทุนกลับมาทำ Carry Trade โดยการกู้เงินเยนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
3. ผลกระทบต่อตลาด (ณ 13 ม.ค. 2569)
-
USD/JPY: พุ่งขึ้นไปใกล้ระดับ 159.00 – 160.00 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน
-
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (Nikkei 225): ปรับตัวขึ้นแรงรับข่าวการกระตุ้นเศรษฐกิจและเงินเยนที่อ่อนค่า (ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มส่งออก)
-
ความเสี่ยงในการเข้าแทรกแซง: รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นเริ่มส่งสัญญาณ “Interventionทางวาจา” โดยแสดงความกังวลต่อการอ่อนค่าที่รวดเร็วเกินไป
📊 สรุปมุมมอง “Sanaenomics” ปี 2569
| หัวข้อ | สถานะ / คาดการณ์ |
| GDP ญี่ปุ่น | คาดว่าจะโต 1.3% ในปี 2569 (จากแรงหนุนของงบกระตุ้น) |
| เงินเฟ้อ | คาดการณ์อยู่ที่ 1.9% (ใกล้เคียงเป้าหมาย 2%) |
| ดอกเบี้ย BoJ | ตลาดเริ่มมองว่า BoJ อาจต้อง “เลื่อน” การขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปออกไปเพื่อไม่ให้ขัดกับนโยบายรัฐบาล |





