สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ยืนยันว่าภาวะการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Government Shutdown) ของสหรัฐฯ ได้ สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากยืดเยื้อมาเป็นเวลา 4 วันครับ
สรุปรายละเอียดสำคัญของการยุติการชัตดาวน์มีดังนี้:
1. การลงนามและงบประมาณใหม่
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อช่วงค่ำของวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 (ตามเวลาสหรัฐฯ) ทันทีที่ร่างกฎหมายผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียง 217 ต่อ 214
-
ระยะเวลาความคุ้มครอง: งบประมาณฉบับนี้จะช่วยให้หน่วยงานรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ (11 จาก 12 ฉบับงบประมาณรายปี) มีเงินทุนดำเนินงานไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ
2. ประเด็นที่ยังต้องจับตา: กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)
แม้ภาพรวมการชัตดาวน์จะจบลง แต่ยังมี “ระเบิดเวลา” เล็กๆ เหลืออยู่:
-
งบชั่วคราว 2 สัปดาห์: กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งดูแลเรื่องคนเข้าเมืองและ ICE ได้รับงบประมาณต่ออายุเพียงแค่ 2 สัปดาห์ (จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026) เท่านั้น
-
สาเหตุการขัดแย้ง: พรรคเดโมแครตยังคงคัดค้านแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดเกินไป ทำให้สภาคองเกรสมีเวลาอีกเพียง 10 วันในการเจรจาหาข้อตกลงระยะยาวสำหรับหน่วยงานนี้โดยเฉพาะ
3. ผลกระทบต่อตลาดการเงิน (USD)
-
ค่าเงินดอลลาร์ (USD): หลังจากข่าวการลงนามยุติชัตดาวน์ออกมา ดัชนีดอลลาร์ (DXY) มีการดีดตัวขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากความคลายกังวล แต่ภาพรวมยังเป็นลักษณะ Neutral (เป็นกลาง) เพราะตลาดหันไปโฟกัสที่ตัวเลขเศรษฐกิจ (เช่น ADP และ NFP) ที่กำลังจะประกาศตามมา
-
ตลาดหุ้น: ตอบรับในเชิงบวก (Risk-on) เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง ช่วยลดแรงกดดันต่อดัชนี S&P 500 และทำให้เม็ดเงินเริ่มไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
-
การประกาศข้อมูล: หน่วยงานสถิติต่างๆ จะกลับมาทำหน้าที่ประกาศข้อมูลเศรษฐกิจตามตารางปกติ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชัดเจนขึ้น
สรุป: รัฐบาลกลับมาเปิดทำการตามปกติแล้ว แต่ความเสี่ยงเรื่องการชัตดาวน์ของหน่วยงาน DHS ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ยังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปครับ





