สำหรับสถานการณ์ของคู่เงิน EUR/USD ในวันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2026) ยังคงรักษาทิศทางเชิงบวก (Positive Bias) โดยพยายามทรงตัวอยู่เหนือระดับ 1.1800 (ล่าสุดเคลื่อนไหวแถว 1.1814) เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐ (USD) กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าครับ
ปัจจัยหลักที่หนุน EUR/USD และกดดัน USD
-
ความสับสนเรื่องภาษีนำเข้า (Trade Jitters): แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะยืนยันในแถลงการณ์ SOTU ว่าจะเดินหน้าเก็บภาษี 15% ทั่วโลกต่อ แต่การที่ศาลฎีกาสั่งระงับอำนาจ IEEPA เดิม ทำให้เกิด “สุญญากาศทางกฎหมาย” นักลงทุนกังวลว่าความไม่ชัดเจนนี้จะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในระยะยาว ส่งผลให้เกิดแรงขายดอลลาร์ออกมา
-
นโยบายภาษีอาจกลายเป็นดาบสองคม: นักวิเคราะห์จากหลายสำนัก (เช่น Capital Economics) เริ่มเตือนว่าภาษี 15% อาจกระตุ้นเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จนบีบให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูง ซึ่งในทางกลับกันก็อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว (Stagflation risk) ความกังวลนี้ทำให้ดอลลาร์ขาดเสน่ห์ชั่วคราว
-
ความหวังต่อเศรษฐกิจยุโรป: เงินยูโรได้รับแรงหนุนเสริมจากตัวเลขความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (IFO) ของเยอรมนีที่ออกมาดีกว่าคาด และท่าทีของสหภาพยุโรป (EU) ที่สั่งระงับข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อรอความชัดเจน ซึ่งตลาดมองว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่รัดกุมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
วิเคราะห์ระดับราคาทางเทคนิค (EUR/USD)
ปัจจุบันราคาเคลื่อนไหวแบบ Side-way up เลียบระดับ 1.1810
| ระดับราคาสำคัญ | สถานะ | ความหมาย |
| 1.1850 – 1.1870 | แนวต้านสำคัญ | โซนที่ราคาพยายามทดสอบหลายครั้ง หากผ่านได้เป้าหมายถัดไปคือ 1.1920 |
| 1.1814 | ราคาปัจจุบัน | ยืนเหนือระดับจิตวิทยา 1.1800 ได้อย่างเหนียวแน่น |
| 1.1770 | แนวรับหลัก | หากราคาหลุดระดับนี้ จะเป็นการจบรอบการฟื้นตัวชั่วคราว |
ปฏิกิริยาของตลาด (Market Heatmap)
จากการตรวจสอบล่าสุด:
-
EUR/USD ปรับตัวขึ้นประมาณ +0.11% ในวันนี้
-
USD อ่อนค่าที่สุดเมื่อเทียบกับ AUD (-0.44%) และ NZD (-0.12%)
สรุป: ตราบใดที่สถานการณ์ “สงครามการค้า” ยังไม่มีความชัดเจนทางกฎหมายจากฝั่งวอชิงตัน ดอลลาร์จะยังคงถูกกดดัน และเปิดโอกาสให้เงินยูโรมีลุ้นทดสอบระดับ 1.1900 ได้ในสัปดาห์หน้าครับ





