Breaking: สหรัฐฯ ถล่มเกาะคาร์ก (Kharg Island) ฮับน้ำมันใหญ่สุดของอิหร่าน
ประธานาธิบดี ทรัมป์ ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเป้าหมายทางทหารบน เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่จัดการการส่งออกน้ำมันถึง 90% ของอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านขัดขวางเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซครับ
1. รายละเอียดการโจมตีและคำเตือนจากทรัมป์
-
เป้าหมาย: ทรัมป์ระบุว่าได้สั่งการให้ CENTCOM ทำลายเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์กจน “ราบคาบ” (Totally Obliterated) แต่ยืนยันว่า “จงใจละเว้น” โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน (เช่น ท่อส่งและถังเก็บ) ไว้ก่อนด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมและเพื่อไม่ให้ตลาดโลกช็อกรุนแรงเกินไป
-
เงื่อนไข: ทรัมป์ขู่ว่าหากอิหร่านยังไม่หยุดขัดขวางการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ เขาจะสั่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันทั้งหมดทันที
-
การคุ้มกันเรือ: สหรัฐฯ เตรียมส่งกองทัพเรือเข้าคุ้มกัน (Escort) เรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเร็ว ๆ นี้
2. มาตรการผ่อนปรนน้ำมันรัสเซีย (The 30-Day Waiver)
-
เพื่อบรรเทาราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง สหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตชั่วคราว 30 วัน ให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่ “อยู่ระหว่างการขนส่งในทะเล” ได้
-
ปฏิกิริยา G7: ฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แสดงความไม่พอใจ โดยระบุว่าสมาชิก G7 อีก 6 ประเทศเห็นตรงกันว่านี่เป็นสัญญาณที่ผิด และเยอรมนีเพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อเช้าวันศุกร์
3. การขยับกำลังพลและสถานการณ์ในภูมิภาค
-
เสริมทัพ: สหรัฐฯ ส่งเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli พร้อมนาวิกโยธินอีก 2,500 นาย เข้าสู่ตะวันออกกลาง
-
อิหร่านไม่ถอย: โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศกร้าวว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป และเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านขับไล่ฐานทัพสหรัฐฯ ออกไป
4. ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
-
นักวิเคราะห์มองว่าการถล่มเกาะคาร์กแต่เว้นโรงน้ำมัน เหมือน “สั่งเบอร์เกอร์แต่ไม่มีเนื้อ” คือเป็นการขู่ที่รุนแรงแต่ยังกั๊กไว้
-
ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงยืนเหนือ $100 ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดยังไม่มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานบนเกาะคาร์กปลอดภัยจริงหรือไม่





