“BoJ เตือนแรง! สงครามอิหร่านทำพิษ ‘วิกฤตพลังงานรอบนี้’ อาจทำลายเศรษฐกิจญี่ปุ่นหนักกว่าวิกฤตน้ำมันปี 1973” คาซูยูกิ มาสุ (Kazuyuki Masu) กรรมการนโยบาย BoJ ออกโรงเตือนว่าแรงกระแทกจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงเนื่องจากสงครามอิหร่าน อาจส่งผลร้ายแรงต่อญี่ปุ่นยิ่งกว่าช่วง Oil Shock ปี 1973 พร้อมส่งสัญญาณความจำเป็นในการปรับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Rates) ที่ยังติดลบให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
📈 ข้อมูลวิเคราะห์ตลาดเพิ่มเติม (Market Insights)
เจาะลึก 3 ประเด็นสำคัญจากคำแถลงของ BoJ ที่ส่งผลต่อค่าเงินเยน (JPY):
1. เปรียบเทียบวิกฤต 1973 vs 2026
-
ความเปราะบางที่มากกว่า: ในปี 1973 ญี่ปุ่นยังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง แต่ในปี 2026 ญี่ปุ่นเผชิญกับปัญหาสังคมสูงวัยและหนี้สาธารณะมหาศาล การที่ต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่าน (Supply Shock) จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงกว่าเดิม
-
ปัจจัยซ้ำเติม: ค่าเงินเยนที่อ่อนค่า (Weak Yen), ค่าแรงที่พุ่งสูง และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น กลายเป็นรากฐานที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อในญี่ปุ่นพุ่งขึ้นอย่างถาวร
2. นโยบายการเงิน: “หมดยุคเงินฝืด”
-
การปรับอัตราดอกเบี้ย: มาสุระบุชัดเจนว่าญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ในภาวะเงินฝืดอีกต่อไป ดังนั้นการปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ (Negative Real Rates) เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขทันที บ่งชี้ว่า BoJ มีแผนที่จะ “ขึ้นดอกเบี้ย” ต่อเนื่องเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ
-
จุดสมดุล (Neutral Level): BoJ กำลังประเมินว่าดอกเบี้ยนโยบายเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลางแล้วหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากราคาการจ้างงานและเสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก
3. ตลาดตอบรับ (Market Reaction)
-
USD/JPY: หลังจากแถลงการณ์ คู่เงิน USD/JPY ขยับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 157.85 เนื่องจากตลาดตีความว่าเป็นท่าทีที่ค่อนข้างแข็งกร้าว (Hawkish) ของ BoJ ที่พร้อมจะดึงเงินเยนให้กลับมาแข็งค่าเพื่อลดภาระต้นทุนนำเข้าพลังงาน
💡 บทสรุปจาก THAIFRX.COM
ถ้อยแถลงครั้งนี้คือการส่งสัญญาณว่า “BoJ จะไม่ยอมให้เงินเยนอ่อนค่าไปมากกว่านี้” เพราะมันกำลังกลายเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจผ่านต้นทุนพลังงานที่นำเข้าจากตะวันออกกลาง
มุมมองเทรดเดอร์:
Sentiment: เป็นบวกต่อเงินเยน (JPY Strength) ในระยะสั้นถึงกลาง
แนวรับสำคัญ: 157.00 และ 155.50 หาก BoJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยชัดเจนขึ้น
คำแนะนำ: ให้ระวังแรงเทขายในคู่ USD/JPY หากผลการประชุม Trump-Xi ออกมาในเชิงลบ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการไหลเข้าของเงินสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) อย่างเงินเยนครับ




