คู่เงิน EUR/USD กำลังเคลื่อนไหวอย่างโดดเด่นในช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 โดยสามารถยืนหยัดเหนือระดับ 1.18 และเข้าใกล้จุดสูงสุดในรอบหลายเดือน ท่ามกลางภาวะ “ดอลลาร์อ่อนค่าในวงกว้าง” (Generalised Dollar Weakness) โดยมีประเด็นสำคัญที่ผลักดันราคาดังนี้ครับ
1. สถานการณ์ราคาปัจจุบัน (26 มกราคม 2026)
-
ระดับราคา: EUR/USD ซื้อขายอยู่ในกรอบ 1.185 – 1.187 โดยมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงต้นปีที่อยู่ระดับ 1.17
-
แนวโน้มเทคนิค: ราคากำลังทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1.187 – 1.190 หากผ่านไปได้จะมีโอกาสมุ่งหน้าสู่ระดับ 1.200 ซึ่งเป็นเป้าหมายถัดไปของกลุ่มกระทิง (Bulls)
2. ปัจจัยหลักที่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า (Dollar Weakness)
ความอ่อนแอของสกุลเงินดอลลาร์ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายเหตุการณ์:
-
นโยบาย Fed ที่ชัดเจนขึ้น: ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ (ครั้งละ 0.25%) เพื่อนำดอกเบี้ยกลับเข้าสู่ระดับ “เป็นกลาง” (Neutral Rate) ที่ประมาณ 3.00% – 3.25%
-
ความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนผ่าน: การที่วาระของประธาน Fed (Jerome Powell) กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม 2026 ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางภายใต้รัฐบาลชุดใหม่
-
การแทรกแซงค่าเงิน: มีกระแสคาดการณ์ว่าทางการสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอาจมีความร่วมมือในการดูแลเสถียรภาพค่าเงิน (Currency Intervention) ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าและกดดันดัชนีดอลลาร์ (DXY) ให้ต่ำลง
3. ความแข็งแกร่งของฝั่งยุโรป (EUR Resilience)
ในขณะที่ดอลลาร์อ่อนแอ ยูโรเองก็มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว:
-
ECB คงดอกเบี้ย (Hawkish Hold): ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มที่จะ “ตรึง” อัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.00% ไปจนถึงช่วงกลางปี 2026 เนื่องจากเงินเฟ้อในภาคบริการยังปรับลดลงช้ากว่าที่คาด
-
ความเสี่ยงด้านภาษีเริ่มคลี่คลาย: ความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปเริ่มลดลง หลังมีการเจรจาเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อตกลงบางประการ (เช่น กรณี Greenland) ทำให้ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัว
-
ตัวเลขเศรษฐกิจดีกว่าคาด: การปรับประมาณการ GDP ของยูโรโซนในปี 2026 ขึ้นเป็น 1.2% – 1.4% ช่วยลดความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย
สรุปมุมมองการลงทุน
| แนวรับสำคัญ | แนวต้านสำคัญ | ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง |
| 1.1800 | 1.1875 | การประกาศตัวเลข Core PCE ของสหรัฐฯ |
| 1.1760 | 1.1920 | สถานการณ์การเมืองในฝรั่งเศสและเยอรมนี |
คำแนะนำ: ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับ “ส่วนต่างดอกเบี้ย” (Yield Differential) ที่แคบลงระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป หากดอลลาร์ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ยูโรมีโอกาสสูงที่จะสร้าง New High ของปีในเร็วๆ นี้ครับ





