ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 มกราคม 2569 (2026) เกี่ยวกับคำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะลดราคาน้ำมันให้ต่ำลงอีก มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อตลาดโลกอย่างรุนแรง ดังนี้ครับ:
1. ยุทธศาสตร์ “Venezuela Oil” เพื่อลดราคาเหลือ $50
ทรัมป์ได้ประกาศแผนการใหญ่ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ว่าจะใช้ปริมาณน้ำมันมหาศาลจาก เวเนซุเอลา (ซึ่งเขาระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเข้าควบคุมดูแลชั่วคราวหลังจากการเปลี่ยนผ่านอำนาจในต้นปี) มาเป็นกลไกหลักในการดึงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ลงมาอยู่ที่ระดับ $50 ต่อบาร์เรล:
-
เป้าหมาย: ทรัมป์กล่าวว่า “เมื่อราคาน้ำมันลงมาที่ $1.99 ต่อแกลลอน ทุกอย่างก็จะถูกลงตามไปด้วย” เพื่อเป้าหมายในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อและลดค่าครองชีพชาวอเมริกัน
-
ปริมาณสำรอง: เขาสั่งให้ส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาประมาณ 30-50 ล้านบาร์เรลเข้ามายังพอร์ตในสหรัฐฯ โดยตรง เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาด
2. มาตรการภาษี 25% ต่อคู่ค้าของอิหร่าน
เมื่อวันที่ 12-13 มกราคม 2569 ทรัมป์ได้ประกาศมาตรการที่สร้างความตื่นตระหนกให้ตลาด โดยการสั่งเก็บ ภาษี (Tariff) 25% ต่อประเทศใดก็ตามที่ยังคงทำธุรกิจกับ อิหร่าน:
-
เป้าหมาย: เพื่อตัดช่องทางรายได้ของอิหร่านและกดดันให้กลับเข้าสู่การเจรจา (Maximum Pressure 2.0)
-
ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน: มาตรการนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนสูง ในช่วงแรกราคาอาจดีดตัวขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ทรัมป์มั่นใจว่าการเพิ่มการผลิตจากสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาจะเพียงพอที่จะทำให้ราคาโดยรวมลดลงในระยะยาว
📈 คาดการณ์ราคาน้ำมันปี 2569 (2026)
หน่วยงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) และบทวิเคราะห์จากต่างประเทศคาดการณ์ทิศทางราคาน้ำมันภายใต้นโยบายทรัมป์ ดังนี้:
| รายการ | คาดการณ์ปี 2569 | หมายเหตุ |
| น้ำมันดิบ Brent | ~$55 – $56 / บาร์เรล | ลดลงประมาณ 19% จากปี 2568 |
| น้ำมันดิบ WTI | ~$52 / บาร์เรล | สอดคล้องกับนโยบาย “Drill, Baby, Drill” |
| เบนซิน (US Gasoline) | ~$2.90 / แกลลอน | ทรัมป์ตั้งเป้าให้ต่ำกว่า $2.00 ในอนาคต |
⚠️ ปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจและต่างประเทศ
-
ยักษ์ใหญ่พลังงานสหรัฐฯ: บริษัทน้ำมันอย่าง Chevron และ ExxonMobil แสดงความกังวลว่าหากราคาน้ำมันถูกกดให้ต่ำเกินไป (ต่ำกว่า $50) อาจส่งผลกระทบต่อกำไรและแรงจูงใจในการลงทุนขุดเจาะใหม่ในสหรัฐฯ
-
จีนและอินเดีย: แสดงความไม่พอใจต่อคำขู่เรื่องภาษี 25% โดยเฉพาะจีนที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามการค้ารอบใหม่ในปี 2026





