วิเคราะห์ EUR/USD: ทะลุ 1.1700! กราฟส่งสัญญาณกลับตัว Bullish Reversal หลังดอลลาร์อ่อนค่า
สรุปมุมมองทางเทคนิค (อัปเดต 8 เมษายน 2569, 10:40 น. เวลาไทย):
-
การทะลุผ่านแนวต้าน: EUR/USD แสดงความแข็งแกร่งด้วยการขยับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยขณะนี้กำลังซื้อขายอยู่เหนือเส้นช่องว่างขาลง (Descending Channel) ซึ่งเป็นสัญญาณของการกลับตัวเป็นขาขึ้น (Bullish Reversal)
-
เครื่องมือทางเทคนิค (Indicators):
-
เป้าหมายราคา: หากรักษาแรงส่งได้ มีโอกาสทดสอบจุดสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 1.1795 และหากผ่านไปได้ เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่ระดับจิตวิทยาสำคัญแถว 1.2082
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 8 เมษายน 2569)
-
Ceasefire Sentiment: การพุ่งขึ้นเหนือ 1.1700 ของยูโรได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์สหรัฐ (USD) ออกมาเพื่อเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ข่าวการโจมตีประปรายที่ยังมีอยู่ (เช่น ในอิสราเอลและกาตาร์) อาจทำให้การปรับตัวขึ้นครั้งนี้มีความผันผวนสูง
-
Energy Relief: ราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงกว่า 16% ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในยุโรป ซึ่งเป็นผลดีต่อสกุลเงินยูโรในแง่ของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ECB อาจจะไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยตามที่ Commerzbank เคยประเมินไว้
-
Real-time Check: จากข้อมูลล่าสุด EUR/USD มีการแกว่งตัวในกรอบ 1.1670 – 1.1690 ในช่วงเช้านี้ โดยมีการพยายามทดสอบระดับ 1.1700 หลายครั้ง หากปิดแท่งวันเหนือระดับนี้ได้ จะเป็นการยืนยันขาขึ้นที่ชัดเจน
📊 บทสรุปและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“ยูโรฟื้นคืนชีพ: เมื่อกราฟเทคนิคสอดประสานกับข่าวดีนาทีสุดท้าย”
-
บทวิเคราะห์: ในเชิงเทคนิค EUR/USD ดูดีมากหลังจากผ่านพ้นจุดต่ำสุดของปีที่ 1.1411 เมื่อกลางเดือนมีนาคม การที่ราคายืนเหนือ EMA 50 วัน (1.1632) ได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Pivot Point) ที่นักเทรดฝั่ง Buy เริ่มกลับเข้ามาควบคุมตลาด
-
ระดับราคาที่ต้องจับตา:
-
แนวต้าน (Upside): 1.1700 (ด่านแรก) และ 1.1795 (เป้าหมายหลัก)
-
แนวรับ (Downside): 1.1632 (EMA 50 วัน) และ 1.1575 (EMA 9 วัน)
-
-
กลยุทธ์การเทรด: “Buy on Dip” แนะนำให้หาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงทดสอบแนวรับแถว 1.1630 – 1.1650 โดยวางจุดตัดขาดทุน (SL) ไว้ใต้ 1.1570 เพื่อลุ้นทำกำไรที่เป้าหมาย 1.1790+ อย่างไรก็ตาม ควรระวังการพลิกผันของข่าวการเมืองที่อาจทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าได้ทุกเมื่อ





