บทวิเคราะห์ล่าสุดจากสองยักษ์ใหญ่ทางการเงินอย่าง Goldman Sachs และ J.P. Morgan ประจำต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้มีการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อ “โลหะเงิน” (Silver) อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ราคาผ่านความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงต้นปีที่ผ่านมาครับ
สรุปเป้าหมายราคาและมุมมองเชิงกลยุทธ์สิ้นปี 2026 มีดังนี้:
1. J.P. Morgan: ปรับเป้าขึ้นแต่เตือนระวังการปรับฐาน
J.P. Morgan เพิ่งมีการปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยในสัปดาห์นี้ (ต้นเดือน ก.พ. 2026) โดยเน้นไปที่ทองคำเป็นหลัก แต่ก็ได้ระบุถึง “เพดานและพื้น” ของราคาเงินไว้ด้วย:
-
เป้าหมายราคาเฉลี่ย: คาดการณ์ว่าราคาเงินจะมี ฐานราคาใหม่ (Floor) ที่ยกระดับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ $75 – $80 ต่อออนซ์ ตลอดทั้งปี 2026
-
มุมมองเชิงลบระยะสั้น: แม้ภาพรวมจะดูดี แต่ Marko Kolanovic อดีตนักยุทธศาสตร์ของค่ายนี้ เคยออกมาเตือนว่าราคาที่พุ่งเกินจริงไปถึงระดับ $110+ ในช่วงก่อนหน้าอาจเผชิญกับการปรับฐานลงมาได้ถึง 50% ก่อนจะเริ่มสะสมพลังใหม่
-
ปัจจัยหนุน: ความต้องการจากนักลงทุนสถาบันและการกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
2. Goldman Sachs: เน้นอุปสงค์อุตสาหกรรมและปัญหาคลังสินค้า
Goldman Sachs มีมุมมองที่เน้นไปที่โครงสร้างตลาด (Physical Market) และปัจจัยพื้นฐานมากกว่าการเก็งกำไร:
-
เป้าหมายราคาช่วงสิ้นปี: คาดการณ์การซื้อขายในช่วง $75 – $85 ต่อออนซ์ ในช่วงส่วนใหญ่ของปี 2026 โดยมองว่าระดับราคาที่สูงเกิน $100 เป็นสภาวะ “Overbought” ที่ต้องมีการปรับสมดุล (Mean Reversion)
-
ความอ่อนไหวของราคา (Price Sensitivity): Goldman ระบุว่าคลังเก็บเงินในลอนดอน (London Vaults) มีปริมาณเงินสำรองต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาปี 2026 จะไวต่อกระแสเงินทุน (Capital Flows) มากกว่าปกติถึง 3.5 เท่า หากมีเงินไหลเข้าเพียงเล็กน้อย ราคาก็อาจพุ่งกระโดดได้ทันที
-
คำเตือนเรื่องเศรษฐกิจ: หากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย อุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรม (แผงโซลาร์เซลล์และรถยนต์ EV) อาจลดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาเงินมากกว่าทองคำ
ตารางเปรียบเทียบเป้าหมายราคาเงินสิ้นปี 2026 (สรุป)
| สถาบันการเงิน | คาดการณ์ราคา (Year-end 2026) | มุมมองหลัก (Core View) |
| J.P. Morgan | $75 – $80 (Average Floor) | หนุนโดยความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและการอ่อนค่าของดอลลาร์ |
| Goldman Sachs | $75 – $85 | เน้นความตึงตัวของสต็อกสินค้าและอุปสงค์อุตสาหกรรม |
| Citigroup | $100 – $150 (Bull Case) | มองเห็นโอกาสพุ่งทะยานจากแรงซื้อในเอเชีย (จีน) |
| Bank of America | $65 (Conservative) | ระมัดระวังเรื่องการชะลอตัวของอุปสงค์การผลิต |
ปัจจัยที่นักวิเคราะห์ทั้งสองค่ายกังวลเหมือนกัน
-
Geopolitical Risk: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการยิงโดรนล่าสุดเป็นตัวแปรที่อาจทำให้ราคาดีดตัวสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้
-
Gold/Silver Ratio: ปัจจุบันเงินยังคงถูก (Underpriced) เมื่อเทียบกับทองคำที่เป้าหมายพุ่งไปถึง $5,000 – $6,300 ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเงินยังมีโอกาส “Catch-up” หรือวิ่งตามทองคำไปได้อีกในระยะยาวครับ





