spot_imgspot_img
spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXทำไมประเทศที่เงินเฟ้อสูง และ ดอกเบี้ยสูง ค่าเงินของประเทศนั้นจึงแข็งค่า เป็นจริงทุกประเทศจริงไหม ?

ทำไมประเทศที่เงินเฟ้อสูง และ ดอกเบี้ยสูง ค่าเงินของประเทศนั้นจึงแข็งค่า เป็นจริงทุกประเทศจริงไหม ?

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

ในทางเศรษฐศาสตร์โดยปกติแล้ว “เงินเฟ้อสูง” มักจะทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลงตามทฤษฎี แต่ในโลกความเป็นจริง เรามักเห็นค่าเงินของประเทศเหล่านั้น แข็งค่าขึ้น (Appreciate) ได้ ซึ่งสาเหตุหลักไม่ได้มาจากตัวเงินเฟ้อโดยตรง แต่มาจาก “การตอบสนอง” ของธนาคารกลางและพฤติกรรมของนักลงทุนครับ

 

สรุปเหตุผลที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ และคำตอบว่าใช้ได้กับทุกประเทศหรือไม่ ดังนี้ครับ:

1. ทำไมค่าเงินถึงแข็งค่าทั้งที่มีเงินเฟ้อสูง?

ปัจจัยสำคัญคือ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (Interest Rate Differential) และกลไกที่เรียกว่า Carry Trade:

  • กลไก Carry Trade: เมื่อประเทศหนึ่งมีเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยให้สูงกว่าประเทศอื่นมาก (เช่น 10-15%) นักลงทุนทั่วโลกจะกู้ยืมเงินจากประเทศที่ดอกเบี้ยต่ำ (เช่น ญี่ปุ่น) เพื่อมาฝากหรือซื้อพันธบัตรในประเทศที่ดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อกินส่วนต่างดอกเบี้ย

  • ความต้องการเงินตราเพิ่มขึ้น: การที่นักลงทุนแห่เอาเงินเข้ามาลงทุน ทำให้มีความต้องการ (Demand) สกุลเงินนั้นๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นในระยะสั้นและกลาง แม้เงินเฟ้อจะยังสูงอยู่ก็ตาม

  • Real Interest Rate (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง): หากธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยแรงจน “ชนะ” เงินเฟ้อ (เช่น ดอกเบี้ย 12% เงินเฟ้อ 8% = ดอกเบี้ยแท้จริง 4%) นักลงทุนจะมองว่าคุ้มค่าที่จะถือครองเงินสกุลนั้นครับ

 


2. ทฤษฎี vs ความจริง: ทำไมบางครั้งมันไม่เป็นไปตามตำรา?

ตามทฤษฎี Purchasing Power Parity (PPP) เงินเฟ้อสูงควรทำให้ค่าเงินอ่อนค่าเพราะอำนาจซื้อลดลง แต่ในโลกการเงินปัจจุบัน “กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย” (Capital Flows) มีอิทธิพลเหนือ “ราคาสินค้า” ในระยะสั้นครับ


3. ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นกับ “ทุกประเทศ” หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ครับ ไม่ใช่ทุกประเทศที่ขึ้นดอกเบี้ยแล้วค่าเงินจะแข็งค่า ปัจจัยที่จะทำให้สูตรนี้สำเร็จต้องประกอบด้วย:

เงื่อนไขที่ทำให้ค่าเงินแข็งค่า:

  • ความเชื่อมั่น (Confidence): นักลงทุนต้องเชื่อว่าธนาคารกลางมีความเป็นอิสระและตั้งใจปราบเงินเฟ้อจริง

  • เสถียรภาพทางการเมือง: หากประเทศนั้นมีสงครามหรือการเมืองปั่นป่วน ต่อให้ดอกเบี้ย 50% นักลงทุนก็ไม่กล้าเอาเงินไปฝากเพราะกลัวถอนเงินออกมาไม่ได้

  • ทุนสำรองระหว่างประเทศ: ต้องมีมากพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าค่าเงินจะไม่ “ระเบิด” หรือลดค่าลงกะทันหัน

 

กรณีที่ “ล้มเหลว” (ดอกเบี้ยสูงแต่เงินยิ่งอ่อน):

  • Hyperinflation: หากเงินเฟ้อพุ่งไปหลักร้อยหรือพันเปอร์เซ็นต์ (เช่น ตุรกีในช่วงก่อนหน้า หรืออาร์เจนตินา) การขึ้นดอกเบี้ยมักจะเอาไม่อยู่ เพราะความพังทลายของอำนาจซื้อรวดเร็วกว่าดอกเบี้ยที่จะจ่ายให้

  • Debt Sustainability: หากตลาดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยสูงๆ จะทำให้รัฐบาลไม่มีปัญญาจ่ายหนี้คืน นักลงทุนจะแห่เทขายเงินทิ้งแทน

 


สรุปตารางเปรียบเทียบ

ปัจจัย ผลต่อค่าเงิน (ทฤษฎี) ผลต่อค่าเงิน (ความจริง/ระยะสั้น)
เงินเฟ้อสูง อ่อนค่า (อำนาจซื้อลดลง) อาจแข็งค่า (ถ้าธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยแรง)
ดอกเบี้ยสูง แข็งค่า (ดึงดูดเงินทุน) แข็งค่า (ตราบใดที่ความเชื่อมั่นยังอยู่)
ความเสี่ยงการเมือง อ่อนค่า อ่อนค่ารุนแรง (ต่อให้ดอกเบี้ยสูงแค่ไหน)

มุมมอง Peer-to-Peer: จำง่ายๆ ว่า “ดอกเบี้ย” คือ ราคาของเงิน ครับ เมื่อธนาคารกลางทำให้เงินมีราคาแพง (ดอกเบี้ยสูง) คนก็อยากได้เงินนั้นมาไว้ในมือ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขว่า “บ้านเมืองเขาต้องปกติ” ด้วยนะ ถ้าดอกเบี้ยสูงแต่ประเทศกำลังจะล่มสลาย คนเขาก็วิ่งหนีเหมือนเดิมครับ

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX

Translate »