เมื่อคืนนี้ (พุธที่ 14 มกราคม 2569) สหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายชุด ซึ่งภาพรวมสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่ยังคง “ทนทาน” แต่แฝงด้วยความกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ครับ:
1. ยอดค้าปลีก (Retail Sales) แข็งแกร่งเกินคาด
-
ตัวเลขจริง: ขยายตัว 0.6% ในเดือนพฤศจิกายน (ประกาศล่าช้าจากเหตุ Shutdown)
-
คาดการณ์: 0.4%
-
ผลกระทบ: สะท้อนว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันยังคงมีการใช้จ่ายที่แข็งแกร่งในช่วงเริ่มต้นเทศกาลวันหยุดปลายปี แม้จะมีแรงกดดันจากค่าครองชีพ ช่วยลดความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้น
2. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทรงตัวในระดับสูง
-
Core PPI (รายปี): อยู่ที่ 3.0% (สูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.7%)
-
Core PPI (รายเดือน): เพิ่มขึ้น 0.2% (ตามคาด)
-
ผลกระทบ: ชี้ให้เห็นว่า “เงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต” ยังไม่ปรับลดลงอย่างที่หวัง ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในอนาคต ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีเหตุผลที่จะ “คงดอกเบี้ย” ต่อไปในการประชุมปลายเดือนนี้
3. รายงานภาวะเศรษฐกิจ Beige Book
-
สรุปภาพรวม: เฟดระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ขยายตัวในระดับ “ปานกลาง” แต่ตลาดแรงงานเริ่มคลายความตึงตัว (หาคนง่ายขึ้นแต่จ้างงานใหม่น้อยลง)
-
ประเด็นน่ากังวล: ภาคธุรกิจเริ่มแสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อ “นโยบายภาษีนำเข้า (Tariffs)” ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นในปี 2569
📈 ปฏิกิริยาของตลาดการเงิน
-
ตลาดหุ้น: ดัชนีดาวโจนส์ ปิดร่วงลง 398.21 จุด (-0.8%) สาเหตุหลักมาจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่โดนเทขาย หลังทรัมป์เสนอให้คุมเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต
-
ทองคำ: ราคาผันผวนแต่ยังยืนเหนือ $4,600 ได้ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเนื่องจากวิกฤตการณ์ในอิหร่าน
-
ดอลลาร์สหรัฐ (DXY): ทรงตัวค่อนไปทางแข็งค่าแถวระดับ 99.10 เนื่องจากตลาดลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
⚠️ ประเด็นร้อนที่ต้องจับตาต่อ
ความขัดแย้งระหว่าง ทำเนียบขาว vs Fed ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์กดดันให้มีการ “ลดดอกเบี้ยครั้งใหญ่” ในขณะที่หัวหน้าธนาคารกลางทั่วโลกออกแถลงการณ์ร่วมสนับสนุน Jerome Powell ให้รักษาความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบาย





