สัปดาห์แห่งการประชุม 8 ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่: จับตาท่าทีสายเหยี่ยว (Hawkish Hold) และความเสี่ยงเงินเฟ้อจากสงคราม
สภาวะการลงทุนถูกครอบงำด้วย สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบอันดับแรกต่อ “เงินเฟ้อ” ทำให้ตลาดคาดการณ์นโยบายการเงินเปลี่ยนไปอย่างมาก จากที่เคยคาดว่าจะลดดอกเบี้ย กลับกลายเป็นต้องคงดอกเบี้ยสูงเพื่อรับมือราคาพลังงานครับ
1. ไฮไลต์ธนาคารกลาง G10 (8 แห่งที่กำลังจะประชุม)
-
Australia (RBA): เป็นธนาคารกลางเดียวที่มีโอกาส “ขึ้นดอกเบี้ย” มากที่สุด (ความน่าจะเป็น 53% ในตลาดฟิวเจอร์ส) เนื่องจากเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง
-
USA (Fed): คาดว่าจะ “คงดอกเบี้ย” แต่จะมีการปรับเปลี่ยนถ้อยแถลง (Rhetoric) ให้ดุดันขึ้นเพื่อรักษาเป้าหมาย Soft-landing ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูง
-
Japan (BoJ): แม้จะยังไม่ขยับในสัปดาห์นี้ แต่ตลาดเริ่มมองว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเมษายนถึง 60%
-
UK (BoE) & Canada (BoC): คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่เดิม (3.75% และ 2.25% ตามลำดับ) แต่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทำให้โอกาสในการลดดอกเบี้ยปีนี้หายไปเกือบหมด
2. สรุปภาพรวมรายภูมิภาค
-
สหรัฐฯ (USD): ดอลลาร์ยังคงแข็งค่าที่สุดในรอบหลายปี (DXY เข้าใกล้ 101.00) จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและการ unwind carry trades แม้ตัวเลข GDP Q4 จะถูกปรับลดเหลือ 0.7% แต่ตลาดกลับให้ความสนใจกับราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งขึ้น 20% ใน 2 สัปดาห์มากกว่า
-
ยุโรป (EUR): เผชิญกับ Energy Shock ครั้งใหม่ กดดันให้เงินยูโรร่วงหลุดแนวรับสำคัญที่ 1.1410 และอาจไหลลงสู่ 1.1340 แม้ ECB จะส่งสัญญาณสายเหยี่ยว (Hawkish) แต่ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยมีน้ำหนักมากกว่า
-
จีน (CNY): เงินหยวนแสดงความแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ (อ่อนค่าน้อยที่สุดในกลุ่ม EM) ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งยังคงสงวนท่าทีและไม่ได้ใช้จังหวะดอลลาร์แข็งค่าในการแทรกแซงเพื่อกดค่าเงินตัวเอง
-
ญี่ปุ่น (JPY): เงินเยนจ่อทะลุระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยมีการเข้าแทรกแซงในอดีต นักลงทุนกำลังเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของทางการญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
3. ความเสี่ยงใหม่ในภาคการเงิน (Financial Stress)
-
มีสัญญาณความตึงเครียดในตลาด Private Credit มูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ และตลาด CLO (Collateralized Loan Obligations) * หุ้นกลุ่มธนาคารในสหรัฐฯ ร่วงลงแรงกว่าดัชนี S&P 500 ถึง 2 เท่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ในภาคธุรกิจ





