“ปอนด์สะดุด! GBP/USD ร่วงสู่ 1.3405 เซสชันเอเชียวันอังคาร เซ่นพิษวิกฤตการเมืองอังกฤษหลัง สตาร์เมอร์ เจอคลื่นลาออกพ่นพิษ ยิลด์พันธบัตรพุ่งทุบสถิติรอบ 28 ปี ท่ามกลางดอลลาร์แข็งค่ารับแรงเก็งกำเนิด Fed ขึ้นดอกเบี้ย”เงินปอนด์ (GBP) เริ่มสูญเสียแรงส่งและย่อตัวลงมาซื้อขายบริเวณ 1.3415 เทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันอังคาร เนื่องจากตลาดเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากวิกฤตเสถียรภาพของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (Gilt Yields) ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 28 ปี จากความกังวลด้านวินัยการคลัง โดยนักลงทุนกำลังจับตาดูตัวเลขตลาดแรงงานอังกฤษที่จะประกาศในช่วงบ่ายวันนี้
📈 ข้อมูลวิเคราะห์ตลาดเพิ่มเติม (Market Insights)
เจาะลึก 3 มรสุมใหญ่ที่รุมเร้าค่าเงินปอนด์และทิศทางของคู่เงิน GBP/USD ในวันนี้:
1. วิกฤตเก้าอี้ผู้นำของ “เคียร์ สตาร์เมอร์” และคำเตือนจาก IMF
-
ศึกในพรรคแรงงาน: นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาและภาวะผู้นำขั้นรุนแรง หลังพรรคแรงงาน (Labour) พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ชนวนเหตุให้เกิด “คลื่นการยื่นหนังสือลาออก” ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล จนทำให้เกิดสุญญากาศและความไม่แน่นอนทางการเมือง (Domestic Uncertainty)
-
บอนด์ยิลด์อังกฤษพุ่งรอบ 28 ปี: ความระส่ำระสายนี้ทำให้เกิดแรงเทขายในตลาดพันธบัตรอังกฤษ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (UK Gilt Yields) ดีดตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ ด้าน IMF แม้จะยอมปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในปีนี้ แต่ก็ได้ออกโรงเตือนอย่างรุนแรงว่า ความวุ่นวายทางการเมืองรอบนี้อาจฉุดรั้งตัวเลขการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนของภาคเอกชนดิ่งลงได้
2. ข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ (UK Employment Report): ตัวแปรบ่ายนี้
-
เทรดเดอร์ฝั่งปอนด์กำลังระงับการวางสถานะใหญ่เพื่อรอคอยข้อมูลสำคัญด้านแรงงานที่จะเปิดเผยในเซสชันยุโรปบ่ายวันอังคารนี้ ซึ่งหากตัวเลขการจ้างงานออกมาอ่อนแอ หรืออัตราการว่างงานขยับสูงขึ้น มันจะเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้เงินปอนด์ทรุดตัวลงต่อ เนื่องจากจะไปลดทอนความสามารถในการคงดอกเบี้ยระดับสูงของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)
3. ดอลลาร์ยังได้เปรียบจากกระแส “Fed Hike ปลายปี”
-
ในฝั่งของดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ยังคงได้รับแรงหนุนที่แข็งแกร่งจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) เมษายนที่ผ่านมาร้อนแรงเกินคาด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ Fed พากันออกมาส่งสัญญาณในโทนสายเหยี่ยว (Hawkish) อย่างต่อเนื่อง
-
ล่าสุด ตลาดฟิวเจอร์ส (Fed Funds Futures) ผ่านเครื่องมือ CME FedWatch Tool เริ่มขยับมาเพิ่มน้ำหนักถึง 35.0% ว่ามีโอกาสที่ Fed จะทำเซอร์ไพรส์ด้วยการ ปรับ “ขึ้น” อัตราดอกเบี้ย 25 bps ภายในสิ้นปี 2026 นี้ (โดยเล็งไว้ในการประชุมเดือนธันวาคม) ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าโอกาสการลดดอกเบี้ยในปีนี้ได้ถูกล้างกระดานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
💡 บทสรุปจาก THAIFRX.COM
ทิศทางของคู่เงิน GBP/USD กำลังเผชิญกับปัจจัยลบแบบสองทาง (Double Whammy) ทั้งเรื่องการเมืองภายในประเทศที่กดดันปอนด์ และทิศทางนโยบายการเงินที่แข็งกร้าวขึ้นของฝั่งสหรัฐฯ ที่คอยหนุนดอลลาร์
แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ (Key Levels ของ GBP/USD):
แนวต้าน (Resistance): 1.3480 และ 1.3520 (แนวต้านแข็งแกร่งด่านแรก)
แนวรับ (Support): 1.3400 (แนวรับจิตวิทยาหลัก) และ 1.3350 (หากหลุด 1.3400 จะลงมาทดสอบจุดนี้อย่างรวดเร็ว)
คำแนะนำ: สำหรับสมาชิก THAIFRX.COM ทิศทางของคู่เงินนี้เริ่มเปลี่ยนโมเมนตัมเป็น ขาลงในระยะสั้น (Short-term Bearish) แนะนำให้เน้นกลยุทธ์ “เด้ง Sell” (Sell on Rally) เมื่อราคาขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน และรอจังหวะที่ราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 1.3400 เพื่อเปิดสถานะ Sell ตามน้ำ โดยมีจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) อยู่เหนือระดับ 1.3460 ครับ




