ทรัมป์เปิดดีล 7 ชาติมหาอำนาจ! ผนึกกำลังส่งกองเรือคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ หวังเปิดทางขนส่งน้ำมันโลก
ประธานาธิบดี ดอนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาโดยตรงกับผู้นำจาก 7 ประเทศ (ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีส่วนได้ส่วนเสียหลักจากการนำเข้าน้ำมันผ่านเส้นทางนี้) เพื่อสร้างความร่วมมือทางทหารในการส่งกองเรือเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซครับ
1. นัยสำคัญของการเจรจา 7 ประเทศ
-
เป้าหมาย: ทรัมป์ต้องการให้ประเทศผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่อย่าง จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฝรั่งเศส, สหราชอาณาจักร, อิตาลี และอินเดีย เข้ามาแบกรับภาระค่าใช้จ่ายและกำลังพลในการป้องกันเส้นทางเดินเรือของตนเอง แทนที่จะพึ่งพาเพียงกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่างในอดีต
-
ความแข็งกร้าว: ทรัมป์ระบุชัดเจนว่า “ประเทศที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันในตะวันออกกลางมากที่สุด ควรต้องเป็นผู้ที่ส่งเรือรบเข้ามาช่วยปกป้องความปลอดภัยมากที่สุด”
-
การเจรจากับฝรั่งเศส: รายงานระบุว่าฝรั่งเศสกำลังเป็นตัวกลางในการประสานงานกับชาติยุโรปและเอเชีย เพื่อทำแผน “Escort Plan” สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันโดยเฉพาะ
2. สถานการณ์กดดัน (High Stakes)
-
Strait of Hormuz Closure: อิหร่านยังคงยืนหยัดในการปิดช่องแคบ และมีรายงานการติดตั้งขีปนาวุธตามชายฝั่งเพื่อตอบโต้การโจมตีเกาะคาร์กของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
-
Energy Crisis: IEA ยืนยันว่าการหยุดชะงักครั้งนี้รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และมาตรการระบายน้ำมันสำรองของออสเตรเลียและญี่ปุ่นเป็นเพียงการประคองสถานการณ์ระยะสั้นเท่านั้น
3. วิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาด (THAIFRX.COM Insight)
-
Market Sentiment: ข่าวการเจรจาสร้างความหวังว่าเส้นทางเดินเรืออาจกลับมาเปิดได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent เริ่มมีการย่อตัวลงบ้าง (Profit Taking) แต่ยังคงมีความผันผวนสูงมากจนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องข้อตกลงร่วมกัน
-
USD Strength: ดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) และเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้ในธุรกรรมน้ำมัน ทำให้ดัชนี DXY ยังคงทรงตัวแข็งแกร่งเหนือ 100.00
-
จับตาสัปดาห์นี้: ท่าทีของแต่ละประเทศต่อคำร้องขอของทรัมป์จะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางราคาน้ำมันและค่าเงินกลุ่ม G10 ตลอดทั้งสัปดาห์ครับ





