หน้าแรกFINANCE KNOWLEDGEBureau of Economic Analysis (BEA)

Bureau of Economic Analysis (BEA)

Bureau of Economic Analysis (BEA) หรือ สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) คืออะไร?

สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) เป็นหน่วยงานหนึ่งของ กระทรวงพาณิชย์ของ รัฐบาลกลางสหรัฐ   ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการวิเคราะห์ และ รายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ใช้เพื่อยืนยันและคาดการณ์แนวโน้มทางเศรษฐกิจและวัฏจักรธุรกิจ

 

ประเด็นที่สำคัญ

  • สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) เป็นหน่วยงานหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาที่รับผิดชอบในการวิเคราะห์และรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจ
  • รายงานเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของรัฐบาลและภาคเอกชน ช่วยในการกำหนดภาษี อัตราดอกเบี้ย การจ้างงาน และการใช้จ่าย
  • สำนักเผยแพร่รายงานในสี่ระดับคือ : ระหว่างประเทศ ระดับชาติ ภูมิภาค และอุตสาหกรรม

 

Bureau of Economic Analysis GDP by Industry | U.S. Bureau of Economic Analysis (BEA)
Bureau of Economic Analysis
GDP by Industry | U.S. Bureau of Economic Analysis (BEA)

 

ทำความเข้าใจสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA)

รายงานจาก สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) มีอิทธิพลอย่างมากต่อการ ตัดสินใจนโยบายเศรษฐกิจ ของรัฐบาล กิจกรรมการลงทุน ใน ภาคเอกชนและรูปแบบการซื้อและขายในตลาดหุ้น ทั่วโลก พันธกิจของ BEA คือการส่งเสริมความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สหรัฐฯ โดยการให้ข้อมูลบัญชีทางเศรษฐกิจที่ตรงเวลา ตรงประเด็น และ แม่นยำที่สุดในลักษณะที่มีวัตถุประสงค์และคุ้มค่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หน่วยงานของรัฐจึงใช้ประโยชน์จากข้อมูลมากมายที่รวบรวมในระดับท้องถิ่น รัฐ สหพันธรัฐ และระดับนานาชาติ หน้าที่ของสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA)คือสรุปข้อมูลนี้ และ นำเสนอต่อสาธารณชนอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ

 

รายงานเผยแพร่ในระดับนานาชาติ ระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับอุตสาหกรรม แต่ละรายการประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญ เช่นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรม และตำแหน่งของประเทศในเศรษฐกิจโลก ซึ่งหมายความว่าข้อมูลจำนวนมากที่สำนักเผยแพร่ได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

 

อันที่จริง ข้อมูลของ สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) มักมีอิทธิพลต่อสิ่งต่างๆ เช่นอัตราดอกเบี้ยนโยบายการค้าภาษีการใช้จ่าย การจ้างงาน และการลงทุน เนื่องจากมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจและการตัดสินใจขององค์กร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นตลาดการเงินเคลื่อนไหวอย่างมากในวันที่ข้อมูลของ BEA ถูกเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตัวเลขแตกต่างอย่างมากจากการคาดการณ์ สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) จะรายงานเฉพาะตัวเลขที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ได้ตีความข้อมูลลงลึกเกินไป และ ไม่ได้คาดการณ์ตัวเลขในอนาคต

 

 

สถิติวิเคราะห์โดย สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA)

สถิติที่มีอิทธิพลมากที่สุดที่วิเคราะห์และรายงานโดย BEA ได้แก่ ข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ  (GDP) และ ดุลการค้าของ สหรัฐฯ (BOT)

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

รายงาน GDP เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของ สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) โดยจะบอกเราถึงมูลค่าเป็นตัวเงินของสินค้าและบริการสำเร็จรูปทั้งหมดที่ผลิตขึ้นภายในเขตแดนของประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง

 

GDP ทำให้ประชาชนสามารถระบุขนาดของเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ข้อมูลนี้สามารถเปิดเผยว่าเศรษฐกิจกำลังขยายตัว (ผลิตสินค้าและบริการมากขึ้น) หรือ หดตัว ทิศทางของ GDP ช่วยให้ธนาคารกลางพิจารณาว่าจำเป็นต้องแทรกแซงนโยบายการเงินหรือไม่
หากอัตราการเติบโตช้าลง ผู้กำหนดนโยบายอาจพิจารณาแนะนำนโยบายขยายเพื่อเพิ่มเศรษฐกิจ ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจทำงานเต็มกำลัง อาจมีการตัดสินใจควบคุมอัตราเงินเฟ้อและควบคุมการใช้จ่าย
แม้ว่าโดยปกติแล้ว GDP จะถูกคำนวณเป็นรายปี แต่ก็สามารถคำนวณเป็น  รายไตรมาส  ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา รัฐบาลจะเผยแพร่ ค่าประมาณ GDP แบบ รายปี และแต่ละไตรมาส

 

ดุลการค้า ( BOT) วัด ธุรกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศและคู่ค้า โดยแสดงความแตกต่างระหว่างมูลค่าการนำเข้า  และ  ส่งออก ของประเทศ ในช่วงเวลาที่กำหนด
สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) รายงาน  ยอดดุลการชำระเงินของ สหรัฐอเมริกา (BOP) ซึ่งครอบคลุมสินค้าและบริการที่ย้ายเข้าและออกนอกประเทศ นักเศรษฐศาสตร์ใช้ข้อมูลนี้เพื่อวัดความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อการส่งออกสูงกว่าการนำเข้าก็มีแนวโน้มที่จะกระตุ้น GDP
การขาดดุลการค้ามักจะบอกเราว่าประเทศหนึ่งผลิตสินค้าไม่เพียงพอสำหรับผู้อยู่อาศัย ทำให้พวกเขาต้องซื้อในต่างประเทศ การขาดดุลยังสามารถส่งสัญญาณว่าผู้บริโภคของประเทศร่ำรวยพอที่จะซื้อสินค้ามากกว่าประเทศที่ปั่นป่วน

 

บทความก่อนหน้านี้pip คือ อะไร อ่านค่าอย่างไร 
บทความถัดไปยูโรโซน (eurozone)
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS TODAY

Translate »